แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 56
1
“สร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน” สไตล์ครูแมกซ์

จุดเริ่มต้นเพียงแค่ไม่มีใจรักการเป็นลูกน้อง และไม่ชอบการทำงานในองค์กร บวกกับมีความตั้งใจที่ว่า อยากฝึกทักษะการทำอาหารไว้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทานตอนท่านแก่
พร้อมกับคำพูดของคุณแม่ที่ชอบบอกว่า “การขายของมันได้จับเงินทุกวัน” นั่นคือจุดตัดสินใจ

ครูแมกซ์
จุดเริ่มต้นง่ายๆก็เริ่มจากการเรียนรู้จากคุณแม่ของครูแมกซ์เอง ท่านเป็นคนทำอาหารไทยอร่อย และเคยเปิดร้านอาหารมาก่อนตอนครูแมกซ์เด็กๆ
โดยใช้การถาม สังเกตอย่างละเอียด และฝึกชิมรสชาติของอาหารที่แท้จริง (เพราะคุณแม่ไม่เคยชั่งตวงวัดแม่บอกชิมให้เป็นไม่ต้องมาถามสูตร555)
ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป ดูทุกวันตลอดระยะเวลา 8-10ปี พร้อมกับการซื้อวัตถุดิบมาลงมือทำจริง ชิมจริง ทำให้คคุณแม่ทานจริง

ครูแมกซ์
จนถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่า…จะทำอาหารเพื่อสร้างรายได้เริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้าน
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา15ปี ที่ครูแมกซ์มีรายได้จากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการยืนขายสลัดริมถนนหน้าตึกชาญอิสะ2 เปิดรับออเดอร์ลุกค้าในหมู่บ้าน การพรีออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการออกบูทตามห้างดังต่างๆ

ทั้งหมดนี้ผ่านการทำจริง ได้ผลลัพธ์จริงมาทั้งหมดแล้วด้วยตัวครูแมกซ์เองคนเดียว (แบบไม่เลือกการมีลูกน้อง)

จึงมั่นใจมากว่าจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ครูแมกซ์สั่งสมมาตลอดจนถึงวันนี้

ไข่เจียว
ครูแมกซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า…การสร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน “มันทำได้จริง”
ครูแมกซ์ก็พร้อมที่จะถ่ายทอดทุกสูตรลัด แบไต๋ทุกเคล็ดลับให้คุณแบบหมดเปลือก!!  !!ความตั้งใจนั้นมันก็ได้เกิด”ผลลัพธ์”กับลูกศิษย์ครูแมกซ์เรียบร้อยแล้ว

📌น้องมิ้นท์ นักเรียนคอร์สไพรเวทจับมือทำรอบสด
ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดร้านขายอาหาร หลังจากเรียนกับครูแมกซ์ไปเพียงแค่3วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับพรีออเดอร์จากอาพาร์ทเมนต์ (โดยมีครูแมกซ์เป็นที่ปรึกษาตลอด1เดือนเต็ม) เริ่มจากเมนูง่ายๆที่ครูแมกซ์เลือกให้เป็นเมนูประจำร้าน คือ “เมนูไข่ฟูหมูฉ่ำนัว”

‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ 68
สรุปได้ยอดขาย 60,000 บาท (ทำด้วยตัวคนเดียว)

📌น้องเติ๊ด นักเรียนคอร์สออนไลน์
เป็นพนักงานประจำหัวหน้าแผนกHR อยากหาอาชีพเสริมเพื่อวางแผนลาออกจากงานประจำ หลังจากเรียนคอร์สครูแมกซ์ภายใน 7 วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับออเดอร์ที่คอนโด เริ่มจากเมนูง่ายๆที่เรียนจากคอร์สสูตรกะเพรา กับ คอร์ส10เมนูไข่ทำง่ายรายได้ปัง เมนูประจำร้าน คือ “เมนูข้าวไข่เจียว ไข่ข้น”
‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายได้มากกว่าเงินเดือนประจำเป็นที่เรียนร้อยแล้ว พร้อมกับยื่นใบลาออก (แต่นายยังไม่อนุมัติ)


สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


2
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


3
สอบถามรายละเอียด รถรับจ้างย้ายบ้าน รถรับจ้างขนของ ปราจีนบุรี ก่อนจะจ้างขนย้ายบ้าน

เตรียมพร้อมก่อนการย้ายบ้าน

ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการย้ายบ้านที่ต้องใช้บริการ รถรับจ้างขนของปราจีนบุรี คุณควรเตรียมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้การย้ายบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยสิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงได้แก่การวางแผนและเตรียมสิ่งของ การจัดการทรัพย์สินและเอกสิทธิ์ และการทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านก่อนการย้าย

รถ6ล้อรับจ้าง

การวางแผนและเตรียมสิ่งของก่อนการย้ายบ้าน

การวางแผนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การ ย้ายบ้านปราจีนบุรี เป็นไปอย่างราบรื่น คุณควรกำหนดเวลาที่เหมาะสมสำหรับการบรรจุของ เช่น การเตรียมกล่องและเครื่องหมายต่าง ๆ ให้พร้อม นอกจากนี้ คุณควรกำหนดลำดับและสถานที่ที่ต้องการวางของเข้าไปในรถ และเตรียมชิ้นส่วนเสริมเพิ่มเติมเช่น แผนที่ของบ้านใหม่ หรือรายการสิ่งของที่ต้องการติดตั้งทันทีเมื่อถึงบ้านใหม่

    การจัดการทรัพย์สินและเอกสิทธิ์ก่อนการย้ายบ้าน

เมื่อคุณเตรียมทรัพย์สินสำหรับการย้ายบ้าน คุณควรทำการจัดเรียงและบันทึกข้อมูลทรัพย์สินที่คุณต้องการพกพา อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในครัว ของใช้ส่วนตัว และของเล่นของเด็ก คุณควรจัดเก็บเอกสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่คุณต้องการพกพา เช่น เอกสิทธิ์กรรมสิทธิ์หรือเอกสิทธิ์ที่เกี่ยวกับการเช่าบ้าน

    การทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านก่อนการย้าย

การทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านก่อนการย้ายเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึง เพื่อให้บ้านของคุณพร้อมสำหรับผู้เข้าพักใหม่ คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดทั่วไป ทำความสะอาดบ้าน ล้างห้องน้ำ และเช็ดพื้น อีกทั้งคุณควรซ่อมแซมสิ่งที่เสียหาย เช่น ตัดหญ้า ซ่อมแซมที่ห้องน้ำแตก หรือปรับปรุงห้องที่มีปัญหาในการใช้งาน

ค้นหาและเลือกบริการ รถรับจ้างขนของ จังหวัดปราจีนบุรี

หลังจากที่คุณเตรียมพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาและเลือกบริการรถรับจ้างขนของในปราจีนบุรี ซึ่งจะช่วยให้การย้ายบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและตรงตามแผนที่คุณต้องการ

รถรับจ้างขนของ

ประเภทของบริการรถรับจ้างขนของที่มีในปราจีนบุรี

ในปราจีนบุรี มีหลากหลายประเภทของบริการรถรับจ้างขนของที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ รวมถึงบริการรถรับจ้างขนของส่งในปราจีนบุรี บริการรถรับจ้างขนของในปราจีนบุรี และบริการรถรับจ้างขนของตู้ในปราจีนบุรี คุณสามารถเลือกตามความต้องการและงบประมาณของคุณได้

    การค้นหาบริษัทรถรับจ้างขนของที่เหมาะสม

เมื่อคุณทราบประเภทของบริการรถรับจ้างขนของที่คุณต้องการ ขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาบริษัทรถรับจ้างขนของที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ คุณสามารถเริ่มต้นโดยใช้เครื่องมือค้นหาออนไลน์ เช่น เครื่องมือค้นหาบริการรถรับจ้างขนของออนไลน์ หรือหาทางอื่นที่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อเสนอแนะจากเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักที่เคยใช้บริการ รถรับจ้างขนของ

    การเปรียบเทียบราคาและคุณภาพบริการ

เมื่อคุณค้นหาและเลือกบริษัทรถรับจ้างขนของที่เหมาะสม ขั้นตอนถัดไปคือการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพบริการ คุณควรขอให้บริษัทรถรับจ้างขนของแต่ละแห่งในปราจีนบุรีให้ข้อเสนอราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับบริการที่พวกเขามีให้ รถกระบะรับจ้างปราจีนบุรี หรือ รถ4ล้อรับจ้างปราจีนบุรี ส่วนอีกขนาดนั่นคือ รถหกล้อรับจ้างปราจีนบุรี  ในการเปรียบเทียบราคาคุณควรพิจารณาตลาดราคาและแนวโน้มเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ และในการเปรียบเทียบคุณภาพบริการคุณควรอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากลูกค้าที่เคยใช้บริการรถรับจ้างขนของเพื่อตรวจสอบว่าบริษัทมีประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการบริการหรือไม่ ขนส่งช่วยคุณได้

    การจ้างบริการรถรับจ้างขนของในปราจีนบุรี

เมื่อคุณเลือกบริษัทรถรับจ้างขนของที่เหมาะสม ขั้นตอนสุดท้ายคือการจ้างบริการรถรับจ้างขนของในปราจีนบุรี คุณควรติดต่อบริษัทเพื่อจองบริการ ให้บริษัททราบถึงวันที่และเวลาที่คุณต้องการใช้บริการ และยืนยันรายละเอียดการขนย้ายทรัพย์สินของคุณให้แน่ชัด อีกทั้งให้ตรวจสอบเงื่อนไขการใช้บริการและค่าใช้จ่ายให้แน่ใจก่อนที่จะทำสัญญาหรือตกลงเริ่มกระบวนการย้ายบ้าน

4
จัดฟันบางนา: อันตราย หากปล่อยปัญหา รากฟัน ไว้เป็นเวลานาน !

บริเวณรากฟัน มีเส้นประสาทและเส้นเลือดในการหล่อเลี้ยงฟัน เมื่อเกิดฟันผุจากภายนอกรากฟัน เส้นประสาทและเส้นเลือดจะเกิดการติดเชื้อ ไม่นานฟันซี่นั้นจะตายและถูกแทนที่ด้วยหนองและซากที่ติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดและอาการบวม หากปล่อยไว้โดยไม่รักษารากฟันจะเกิดความเสียหายต่อกระดูกบริเวณรอบรากฟัน

ซึ่งส่งผลให้เกิดตุ่มฝีและหนองบริเวณฟัน  หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณใบหน้าและขากรรไกรตามมาซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตได้ หลายคนเกิดอาการดังกล่าว และมีปัญหารากฟันและปล่อยทิ้งไว้ จนในที่สุดก่อเกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง จนยากเกินจะแก้ จนต้องสูญเสียฟันไป และอาจจะรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม

รากฟันถือว่าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ใช้หล่อเลี้ยงฟัน และถ้าหากรากฟันมีปัญหา จะทำให้มีอาการปวดฟันอย่างรุนแรงและส่งผลไปถึงขั้นปวดหัวได้ด้วย เนื่องจากเส้นประสาทจำนวนมาก ทำให้ส่งผลต่อร่างกายได้ หากไม่ทำการแก้ไขหรือรักษารากฟัน จะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ เป็นหนองบริเวณรากฟันและอาจจะทำให้เกิดปัญหาโรคเหงือกตามมาด้วย

และหากเข้ารับการรักษาจะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร กว่ารากฟันจะกลับมาเป็นปกติ โดยทันตแพทย์จะไม่แนะนำให้ถอนหากรากฟันยังสามารถรักษาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นการฝังรากฟันเทียม ก็สู้รากฟันแท้ไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้มีปัญหาภายหลังในเรื่องของการบดเคี้ยว

แต่หากรากฟันมีอาการที่รุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ การถอนฟันและทำการฝังรากฟันเทียมก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการฝังรากฟันเทียม ถือเป็นการทดแทนฟันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกเป็นธรรมชาติ และยังทำให้มีฟันเรียงสวยงามอีกด้วย

นอกจากนี้การฝังรากฟันเทียม จะไม่ทำให้กระดูกละลาย ทำให้เหงือกมีสุขภาพที่ดีรวมไปถึงบริเวณใกล้เคียงที่ทำการฝังรากฟันเทียม มีสุขภาพที่ดีขึ้นและยังไม่ทำให้เกิดภาวะฟันล้มอีกด้วย ถือว่าการฝังรากฟันเทียมก็เป็นการทันตกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายกรณีโดยเฉพาะการทดแทนฟันธรรมชาตที่สูญเสียไป

5
ใช้ รถรับจ้างขนย้ายบ้าน รถรับจ้างขนของสมุทรปราการ แบบไหนที่ราคาถูกและบริการแบบครบวงจร

เราเชื่อหรือไม่ว่า รถรับจ้างสมุทรปราการ ที่เราต่างเลือกใช้บริการไม่ว่าจะรถกระบะตู้ทึบรับจ้างสมุทรปราการ รถหกล้อรับจ้างสมุทรปราการ ที่รับขนย้ายบ้านสมุทรปราการ ขนย้ายหอพักสมุทรปราการเราก็สามารถเลือกรถรับจ้างขนของดีๆสักคันขนส่งพร้อมเป็นอีก1ตัวเลือกในการให้บริการ

ลักษณะของการเลือกใช้บริการรถรับจ้าง ที่สามารถตอบโจทย์ หรือลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    ขนย้ายบ้าน ลักษณะของที่จะขนย้ายตู้เสื้อผ้า ขนย้ายกล่อง ขนย้ายที่นอน ใช้รถกระบะรับจ้าง
    ขนย้ายบ้านพัก ลักษณะที่ขนย้ายเครื่องซักผ้า ขนย้ายตู้เย็น ขนย้ายมอเตอร์ ใช้รถกระบะรับจ้าง
    ขนย้ายบ้านเช่า ลักษณะของที่ขนย้ายแอร์ โซฟา ขนย้ายตู้โชว์ ขนย้ายที่นอน ใช้รถหกล้อรับจ้าง
    ขนย้ายคอนโด ลักษณะการขนย้ายคอนโด ของไม่เยอะ ห้องมีขนาดไม่ใหญ่  ใช้รถกระบะรับจ้าง
    ขนย้ายอพลาสเม้น ลักษณะขนสินค้าทั่วไป ขนย้ายเครื่องครัว ขนย้ายของใช้ ใช้รถกระบะรับจ้าง

    ขนย้ายไซต์งานก่อสร้าง ลักษณะขนย้ายเหล็ก ที่มีความยาว 6.50เมตร  ใช้รถหกล้อรับจ้าง
    ขนย้ายไซต์เหล็ก ลักษณะขนย้ายเหล็ก ที่มีความยาว7เมตรน้ำหนัก7ตัน ใช้รถหกล้อรับจ้าง
    ขนย้ายนั่งร้าน ลักษณะขนนั่งร้านไม้ ขนย้ายนั่งร้านแบบเหล็ก  ใช้รถหกล้อรับจ้าง
    ขนย้ายนั่งร้านจำนวน4-5ชุด ลักษณะขนนั่งร้านไม้ ขนย้ายนั่งร้านแบบเหล็ก  ใช้รถกระบะรับจ้าง

    ขนย้ายกล้าไม้ จำนวน 3000-5000ต้น น้ำหนัก1.5ตัน  ใช้รถกระบะรับจ้าง
    ขนย้ายกล้าไม้ จำนวน 15000-20000ต้น น้ำหนัก5ตัน  ใช้รถ6ล้อรับจ้าง
    ขนย้ายพันธ์ไม้ ส่วนมากจะใช้รถบรรทุกขนาดเล็ก  ใช้รถกระบะตู้ทึบรับจ้าง

    ขนย้ายบูธจัดแสดงสินค้า ขึ้นอยู่กับจำนวนของที่จะขนมากน้อยขนาดไหน สามารถใช้ได้ทั้ง  ใช้รถกระบะตู้ทึบรับจ้าง  ใช้รถ6ล้อรับจ้าง
    ขนย้ายสำนักงาน ดูจำนวนโต๊ะ หน้ากว้างของโต๊ะ ส่วนมากก็จะ ใช้รถ4ล้อใหญ่รับจ้าง ใช้รถ6ล้อรับจ้าง

    ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ความสูง 2.10เมตร จำนวนไม่มาก  ใช้รถกระบะคอก

    ขนย้ายสัตว์เลี้ยง ขนย้ายไก่ชน ขนย้ายแมว ขนย้ายสุนัข ขนย้ายกระต่าย จำนวนไม่มาก  ใช้รถกระบะรับจ้าง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็จะเป็นไกล์ดไลน์ เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบการขนย้ายว่าในแต่ละการขนย้ายนั่นเราเหมาะสมการรถขนย้ายประเภทไหนเพื่อเห็นได้ชัดและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น เมื่อมีการขนย้ายเกิดขึ้นก็จะมีเรื่องของคนยกสินค้ามาแทน เพราะอะไร เพราะว่าลูกค้าบางท่านอาจจะไม่มีคนยกของนั่นเอง

เพื่ออำนวยความสะดวกนั้น ทางทีมงาน รถรับจ้างขนของสมุทรปราการขนส่ง ก็บริการคนยกสินค้าให้แก่ลูกค้า เมื่อต้องการคนยกของตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เราก็พร้อมบริการด้านคนยกของ ไม่ผิดหวังแน่นอนเมื่อได้ใช้บริการของเรา เรามีครบจบที่นี่ ยกของ ย้ายของ ไปทุกที่ทั่วไทย มั่นใจได้ 100%

เครื่องอำนวยความสะดวกเรามีครบ ไม่ว่าจะเรื่องของเชือกรัดของที่มีเพียงพอต่อการขนย้าย อุปกรณ์ กันกระแทก เพื่อไม่ให้ของแตกหัก หรือชำรุด ตลอดจนเกิดรอยขีดข่อน เครื่องอำนวยในด้านการถอดประกอบ

เมื่อต้องการหารถรับจ้างขนของที่ดีลูกค้าต้องมีการค้นหาข้อมูลหรือความน่าเชื่อถือ ดูถึงผลงานด้านการขนย้ายว่าแต่ละครั้งเขาขนย้ายจากไหนไปไหนบ้าง เพราะว่าเป็นอีก1คำตอบที่เราจะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า การให้บริการ รถรับจ้างสมุทรปราการ ที่เป็นมืออาชีพก็พร้อมที่จะให้การขนย้ายอย่างเต็มที่

กระบะรับจ้างย้ายห้อง
เรามีช่องทางการติดต่อสื่อสารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางการโทรเข้ามา หรือไลน์เข้ามาสอบถามตลอดจนช่องทางเฟรสบุ๊คหรือช่องทางอื่นๆ เราเชื่อว่าการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วก็มาจากการให้บริการตั้แต่แรก คือการให้ข้อมูลความสารหรือการวางแผนงานการขนย้ายที่ชัดเจน


6
Google Map กับการให้บริการ รถรับจ้าง รถรับจ้างราคาถูก

ต้องบอกเลยว่าในยุคการให้บริการรถรับจ้างในปัจจุบัน ในระหว่าง google maps กับ รถรับจ้าง ถือว่ามีส่วนที่มีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างมาก เพราะทางผู้ให้บริการรถรับจ้าง ต้องพึ่งพาแผนที่ในการเดินทางในการไปรับสินค้าของลูกค้าและไปส่งสินค้าให้กับลูกค้าไปยังปลายทางได้ถูกต้องและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นงาน ขนย้ายบ้าน รับจ้างขนของ ขนย้ายหอพัก ขนย้ายคอนโด ขนย้ายสินค้า ซึ่งผู้ขับขี่รถรับจ้างขนของทุกชนิดในปัจจุบันนี้จะมีการ ค้นหาต้นทางและปลายทางจากลูกค้า เพื่อไปรับสินค้าและส่งสินค้า ในหลายๆครั้ง อาจจะมีการขอโลเคชั่น จากลูกค้าก่อนที่ทำการขนย้าย ดังนั้น Google Map จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับรถรับจ้างนั่นเอง

เรานำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง ในการให้บริการรับจ้างขนของอันได้แก่

    รู้พิกัดต้นทางของลูกค้า
    รู้พิกัดปลายทางของลูกค้า
    รู้เส้นทางในการเดินรถที่ใกล้ที่สุด
    รู้เส้นทางในการเดินรถหากเกิดกรณีจราจรติดขัด เพื่อที่จะสามารถหลีกเลี่ยงถนนเส้นดังกล่าว
    สามารถใช้เส้นทางที่เป็นเส้นทางรอง และไปถึงปลายทางได้ในช่วงเวลาที่เร็วขึ้น

ดังนั้น ในปัจจุบันนี้ รถรับจ้างขนของ ทุกคันไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง รถ 6 ล้อรับจ้าง รถรับจ้างย้ายบ้าน รถสิบล้อรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถขนของทั่วไป ต่างมีความจำเป็นที่จะต้องมี Google Map ในการค้นหาเส้นทางในการขนย้ายในทุกๆวัน สำหรับขนส่ง ของเรา เราใช้บริการและใช้ Google map ในการให้บริการในทุกๆวัน เนื่องจากว่าในการขนย้ายของนั้น ใน 1 วัน เรามีการขนย้ายหลายเที่ยว

ดังนั้นการที่เรามี Google Map ในการค้นหาเส้นทางหรือจุดขึ้นของ ส่งของให้กับลูกค้าจะทำให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและรู้ถึงจุดหมายปลายทางของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันนี้ การส่ง แผนที่หรือโลเคชั่นในการขนย้าย ก็สามารถจัดส่งผ่านทางไลน์ ซึ่งทางเรามั่นใจว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือพนักงานขับรถต่างก็เล่นไลน์ทุกคนอยู่แล้ว จึงทำให้การติดต่อประสานงานหรือการจัดส่ง โลเคชั่นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับการขนย้ายของในยุคปัจจุบัน


ประโยชน์ของการใช้ Google Map ในเมืองใหญ่และที่ห่างไกล

การทราบโลเคชั่นผ่าน Google Map ทำให้มีความสะดวกสบายมากพอสมควร ในภาวะที่การจราจรติดขัด หนาแน่นในตัวเมืองใหญ่ๆ หรือเส้นทางที่ห่างไกลไปยากลำบาก ซึ่ง Google Map จะสามารถบอกเส้นทางหรือเปลี่ยนเส้นทางใหม่ จึงทำให้ได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างมากแก่ รถรับจ้างในปัจจุบัน การดาวโหลดแอฟฟลิเคชั่นดังกว่าวก็ไม่อยาก เพราะจะมีอยู่ในโทรศัพท์ทุกเครื่องอยู่แล้ว ทำให้ง่ายขึ้นไปอีก

รถรับจ้าง ทุกคันของเราตอนนี้เราได้ใช้ระบบค้นหาโลเคชั่นทุกวัน ในบางครั้งลูกค้าไม่จำเป็นต้องส่งโลเคชั่นให้เราก็ได้ หรือ ลูกค้าจ้างรถรับจ้างแต่ไม่อยู่ที่ต้นทาง เลยไม่สามารถส่งข้อมูลให้ได้ ทำให้พนักงานขับรถรับจ้างขนของ ของเราทุกคนทำการค้นหาด้วยตัวเอง และก็ปรากฏว่า ตรงเป้าหมายและไปถูกทุกครั้งรถ 6 ล้อรับจ้างย้ายบ้าน


สำหรับลูกค้าท่านใดที่กำลังมองหารถรับจ้าง รถรับจ้างย้ายบ้าน

รถรับจ้างขนของ รถกระบะรับจ้าง รถ 6 ล้อรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถสิบล้อรับจ้าง สามารถที่จะติดต่อประสานงานมาที่ขนส่ง ที่นี่ให้บริการรถรับจ้างที่ได้มาตรฐาน มีความสะดวกมีความเป็นกันเองให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เราบริการอย่างมืออาชีพและมีความมั่นใจว่าในทุกการขนย้าย จะทำให้ท่านมีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะเราคือตัวจริงและเป็นมืออาชีพมากที่สุดในการให้บริการในปัจจุบัน

จากการขนย้ายที่เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน เราฝึกฝนและพัฒนาองค์กรและการขนย้ายของมาเป็นอย่างดี จึงทำให้ทุกๆงาน เราจึงขนย้ายได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพการติดต่อประสานงานก็ไม่ใช่เรื่องยาก ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการรถรับจ้างขนของจากเรา ทุกๆการเดินทางเรา ไปได้ทุกที่ทุกเส้นทาง และพร้อมบริการ ท่านตลอดทุกการเดินทาง ขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่เป็นกำลังใจและเรียกใช้บริการ รถรับจ้าง ขนของกับเราด้วยดีเสมอมา เราสัญญาว่าเราจะตั้งใจและบริการงานขนย้ายของ ขนย้ายบ้าน ขนย้ายหอ ขนย้ายสินค้า ให้กับท่านอย่างดีที่สุดเรากล้ารับประกัน

7
วิธีการดูมาตรฐานผ้ากันไฟ

การตรวจสอบมาตรฐานของผ้ากันไฟเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้งาน และลดความเสี่ยงจากอันตรายจากไฟและสะเก็ดไฟ

ตรวจสอบฉลาก:
มองหาฉลากที่ระบุมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ้ากันไฟได้รับการรับรอง เช่น EN ISO 11612, EN ISO 11611, หรือ NFPA 701
ฉลากควรมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิต วัสดุที่ใช้ และคุณสมบัติของผ้ากันไฟ

ขอเอกสารรับรอง:
ขอเอกสารรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของมาตรฐาน
เอกสารรับรองควรมีข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบที่ผ้ากันไฟผ่าน และผลการทดสอบ

ตรวจสอบเว็บไซต์:
ตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือองค์กรที่ออกใบรับรอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐาน
เว็บไซต์ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์

ตรวจสอบสัญลักษณ์:
สัญลักษณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น CE, UL, หรือ ASTM จะปรากฏบนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
สัญลักษณ์เหล่านี้แสดงว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบและรับรองตามมาตรฐานที่กำหนด

มาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

EN ISO 11612: การป้องกันความร้อนและเปลวไฟ (Heat and flame protection):
มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพสำหรับวัสดุและเสื้อผ้าที่ใช้ป้องกันความร้อนและเปลวไฟ
เป็นการทดสอบการทนต่อความร้อนและการแพร่กระจายของเปลวไฟ

EN ISO 11611: การป้องกันในระหว่างการเชื่อมและการกระบวนการที่เกี่ยวข้อง (Welding and allied processes protection):
มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพสำหรับเสื้อผ้าที่ใช้ป้องกันสะเก็ดไฟและความร้อนในงานเชื่อม
เป็นการทดสอบการทนต่อสะเก็ดไฟและโลหะหลอมเหลว

NFPA 701: วิธีทดสอบมาตรฐานสำหรับความต้านทานเปลวไฟของผ้าม่านและสิ่งทอแนวตั้ง (Standard Methods of Fire Tests for Flame Propagation of Textiles and Films):
มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับการติดไฟของสิ่งทอและฟิล์มเมื่อสัมผัสกับเปลวไฟ
เป็นการทดสอบการแพร่กระจายของเปลวไฟและเวลาหลังเกิดเปลวไฟ

8
“สร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน” สไตล์ครูแมกซ์

จุดเริ่มต้นเพียงแค่ไม่มีใจรักการเป็นลูกน้อง และไม่ชอบการทำงานในองค์กร บวกกับมีความตั้งใจที่ว่า อยากฝึกทักษะการทำอาหารไว้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทานตอนท่านแก่
พร้อมกับคำพูดของคุณแม่ที่ชอบบอกว่า “การขายของมันได้จับเงินทุกวัน” นั่นคือจุดตัดสินใจ

ครูแมกซ์
จุดเริ่มต้นง่ายๆก็เริ่มจากการเรียนรู้จากคุณแม่ของครูแมกซ์เอง ท่านเป็นคนทำอาหารไทยอร่อย และเคยเปิดร้านอาหารมาก่อนตอนครูแมกซ์เด็กๆ
โดยใช้การถาม สังเกตอย่างละเอียด และฝึกชิมรสชาติของอาหารที่แท้จริง (เพราะคุณแม่ไม่เคยชั่งตวงวัดแม่บอกชิมให้เป็นไม่ต้องมาถามสูตร555)
ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป ดูทุกวันตลอดระยะเวลา 8-10ปี พร้อมกับการซื้อวัตถุดิบมาลงมือทำจริง ชิมจริง ทำให้คคุณแม่ทานจริง

ครูแมกซ์
จนถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่า…จะทำอาหารเพื่อสร้างรายได้เริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้าน
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา15ปี ที่ครูแมกซ์มีรายได้จากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการยืนขายสลัดริมถนนหน้าตึกชาญอิสะ2 เปิดรับออเดอร์ลุกค้าในหมู่บ้าน การพรีออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการออกบูทตามห้างดังต่างๆ

ทั้งหมดนี้ผ่านการทำจริง ได้ผลลัพธ์จริงมาทั้งหมดแล้วด้วยตัวครูแมกซ์เองคนเดียว (แบบไม่เลือกการมีลูกน้อง)

จึงมั่นใจมากว่าจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ครูแมกซ์สั่งสมมาตลอดจนถึงวันนี้

ไข่เจียว
ครูแมกซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า…การสร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน “มันทำได้จริง”
ครูแมกซ์ก็พร้อมที่จะถ่ายทอดทุกสูตรลัด แบไต๋ทุกเคล็ดลับให้คุณแบบหมดเปลือก!!  !!ความตั้งใจนั้นมันก็ได้เกิด”ผลลัพธ์”กับลูกศิษย์ครูแมกซ์เรียบร้อยแล้ว

📌น้องมิ้นท์ นักเรียนคอร์สไพรเวทจับมือทำรอบสด
ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดร้านขายอาหาร หลังจากเรียนกับครูแมกซ์ไปเพียงแค่3วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับพรีออเดอร์จากอาพาร์ทเมนต์ (โดยมีครูแมกซ์เป็นที่ปรึกษาตลอด1เดือนเต็ม) เริ่มจากเมนูง่ายๆที่ครูแมกซ์เลือกให้เป็นเมนูประจำร้าน คือ “เมนูไข่ฟูหมูฉ่ำนัว”

‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ 68
สรุปได้ยอดขาย 60,000 บาท (ทำด้วยตัวคนเดียว)

📌น้องเติ๊ด นักเรียนคอร์สออนไลน์
เป็นพนักงานประจำหัวหน้าแผนกHR อยากหาอาชีพเสริมเพื่อวางแผนลาออกจากงานประจำ หลังจากเรียนคอร์สครูแมกซ์ภายใน 7 วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับออเดอร์ที่คอนโด เริ่มจากเมนูง่ายๆที่เรียนจากคอร์สสูตรกะเพรา กับ คอร์ส10เมนูไข่ทำง่ายรายได้ปัง เมนูประจำร้าน คือ “เมนูข้าวไข่เจียว ไข่ข้น”
‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายได้มากกว่าเงินเดือนประจำเป็นที่เรียนร้อยแล้ว พร้อมกับยื่นใบลาออก (แต่นายยังไม่อนุมัติ)


สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


9
บริการด้านอาหาร: อาหารบำรุงปลายประสาท

ในเรื่องของการรับประทานอาหาร ถือว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเรามาก เพราะร่างกายของเราจำเป็นที่จะต้อได้รับสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายของเราให้สามารถใช้ชีวิตประวันต่อไปได้ และยังช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกายของเราด้วย ดังนั้น ในการเลือกรับประทานอาหารก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายของเราจะต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์

หากเราไม่เลือกรับประทานอาหาร หรือไม่รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ในระยะยาว ก็อาจจะทำให้เรามีปัญหาสุขภาพในอนาคตได้ ซึ่งต้องบอกว่า สุขภาพร่างกายของเรานั้น  มีความสำคัญ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หรือพฤติกรรมในการเลือกรับประทานอาหารส่งผลต่อร่างกายของเราโดยตรง 

ยิ่งในปัจจุบันเรื่องของสุขภาพของเรามีความสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังน่าเป็นห่วง เรื่องของการรับประทานอาหารก็มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หลายคนคงเคยได้ยินว่า อาหารคือยาที่ดีที่สุด ซึ่งการรับประทานอาหารของเรานั้น

นอกจากนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆได้แล้ว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาหาร หรือบำรุงร่างกายและระบบต่างๆภายในได้ดีอีกด้วย คนที่มีปัญหาเหน็บชาปลายมือ ปลายเท่าบ่อยๆ เป็นอาการที่พบมากในกลุ่มวัยทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน กิจกรรมที่ต้องใช้มือมากทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึงจนเกิดอาการชา หรือร่างกายมีระดับธาตุและวิตามินผิดปกติ

แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่เราไม่ควรมองข้าม วันนี้ทางเราจะมาพูดถึงอาหารที่ช่วยบำรุงปลายประสาท ซึ่งเหมาะสำหรับคนป่วยเป็นเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับปลายประสาทได้ง่าย การรับประทานอาหารถือว่ามีส่วนช่วยได้มากเลยทีเดียว

สำหรับอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาดังกล่าว คือ วิตามินบี ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทโดยตรง ช่วยลดอาการชาตามปลายมือปลายเท้าได้ดีนั่นเอง วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่พบมากในเม็ดธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ขนมปัง ข้าวโอ๊ต เนื้อหมู และข้าวสาลีไม่ขัดขาว ช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทให้แข็งแรง วิตามินบี 5 พบได้มากในเนื้อวัว ผลไม้ นม กระถิน ปลา ไก่ ถั่วและสัตว์ปีก

ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างโคเอนไซม์ที่จะใช้ถ่ายทอดสัญญาณประสาทนั่นเอง วิตามินบี 6 พบได้มากในข้าวซ้อมมือ แคนตาลูป นม ไข่ ข้าวสาลีไม่ขัดขาว เมล็ดถั่วธัญพืช เครื่องในสัตว์และปลา โดยมีส่วนช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทในสมอง วิตามินบี 12 พบได้มากในไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการชะลอปัญหาระบบประสาท จึงลดการเสื่อมของระบบประสาทและบรรเทาอาการชาตามปลายมือปลายเท้าได้ดี

นอกจากนี้ กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระก็ได้แก่ ทองแดง วิตามินอี สังกะสี วิตามินเอ โครเมียมและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั่นเอง ได้แก่ น้ำมันอีฟนิงพริมโรส ซึ่งมีกรดแกมมาลิโนเลนิก โดยเป็นกรดที่จะช่วยในการบรรเทาอาการประสาทเสื่อมได้ ปลาทะเลน้ำจืด ที่ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองที่มีความไวต่อการรับสัญญาณประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นข้าวกล้อง ข้าวโพดและผักใบเขียวต่างๆ

ซึ่งจะช่วยบำรุงปลายประสาท เสริมสร้างความจำและลดอาการเศร้าหมองหรือจิตใจหดหู่ได้  รวมไปถึงเนื้อสัตว์ อย่าง ปลา อาหารทะเล และผักใบเขียว มะม่วง แอปเปิ้ลและตับหมู จะพบแมงกานีสได้สูง ผลไม้ ธัญพืชและผักใบเขียวเข้ม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบประสาท ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาท ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม นอกจากการรับประทานอาหารและยาเพื่อบำรุงระบบปลายประสาทแล้ว เราควรยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองมาหล่อเลี้ยงปลายมือปลายเท้าและเส้นประสาทอย่างเพียงพอด้วย พยายามอย่าอยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานานเกินไป เพราะจะทำให้ประสาทตึงและเกิดการอักเสบได้ในที่สุด

ดังนั้น เราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะทางเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเน้นย้ำมาตลอดให้ทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย และที่สำคัญควรจะหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย

10
การจัดฟันเด็ก ช่วยปรับโครงหน้าเด็กได้อย่างไร

การจัดฟันถือเป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะการจัดฟันนั้น สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณี และจะช่วยทำให้เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตามมาด้วย หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็เลือกใช้วิธีการจัดฟันในการแก้ไขปัญหา เพราะการจัดฟันนั้นเป็นการรักษาที่มีผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและยังช่วยให้เรามีบุคลิกภาพที่มั่นใจ มีรอยยิ้มที่สดใสสวยงามขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ การจัดฟันยังสามารถทำได้ในเด็กหรือที่เรียกว่าการจัดฟันเด็ก ซึ่งต้องบอกว่าการจัดฟันในเด็กนั้นก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ผู้ปกครองหรือพ่อแม่หลายคนคิดว่าการจัดฟันในเด็กนั้นไม่สำคัญ และไม่มีความจำเป็น เพราะคิดว่าบุตรหลานของท่านยังมีฟันน้ำนมอยู่ ซึ่งฟันน้ำนมของเด็กหลายคนอาจจะมองข้าม แต่หารู้ไม่ว่า ฟันน้ำนมมีความสำคัญมาก เพราะฟันน้ำนมมีบทบาทสำคัญมากต่อลักษณะการขึ้นของฟันแท้ ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ลักษณะฟันของเราขึ้นตามปกติหรือผิดปกติก็ขึ้นอยู่กับการดูแลฟันน้ำนมของเราด้วย โดยในปัจจุบันนี้ เด็กประถมก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรอให้โต เพราะหลายปัญหาเราอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ลดความรุนแรงได้

หากได้รับการรักษาตั้งแต่นั้นเนิ่นๆ นอกจากนี้ การจัดฟันในเด็กนั้นสามารถปรับโครงหน้าเด็กได้อีกด้วยซึ่งหลายคนที่กำลังตัดสินใจให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันก็อาจจะต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ดีก่อน และวันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็ก ว่าสามารถช่วยปรับโครงหน้าได้อย่างไร มีกลไกการทำงานอย่างไร เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้เห็นภาพชัดเชนมากยิ่งขึ้น และช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก

สำหรับการจัดฟันในเด็กนั้น ที่สามารถช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กได้นั้น เกิดจากการทำงานของเครื่องมือที่มีชื่อว่า EF LINE โดยเครื่องมือชิ้นนี้ เป็นชิ้นยางที่มีหลากหลายสี ซึ่งมีหลายขนาด ซึ่งทันตแพทย์จะเลือกใช้ขนาดตามอายุและขนาดของขากรรไกรของเด็กนั่นเอง เครื่องมือชิ้นนี้จะมีประโยชน์ช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กให้อยู่ถูกที่ถูกทางและช่วยแก้ไขความผิดปกติของรูปร่างฟัน ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของฟันล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือถ้าหากเด็กมีปัญหาในเรื่องของฟันผุซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียฟันหรือทันตแพทย์ต้องถอนฟัน น้ำนมของเด็กออก ทันตแพทย์ก็จะทำการพิมพ์ปากเพื่อผลิตเครื่องมือกันฟันล้มให้สวมใส่และรอจนกว่าฟันแท้จะงอกขึ้นมาทดแทนในช่องว่างระหว่างฟัน


สำหรับการจัดฟันในเด็กที่มีฟันแท้งอกออกมาทดแทนช่องว่างระหว่างฟันก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาฟันคุดหรือการล้มของฟันบริเวณโดยรอบ แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือการจัดฟันนั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพฟันในเด็กแล้ว ยังสามารถปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กได้อีกด้วยและยังช่วยส่งเสริมการปรับรูปของกระดูกได้เพราะกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่างของเด็กนั้น มีการเจริญเติบโตแบบต่อเนื่องและเครื่องมือ EF LINE ยังสามารถใช้ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 4-15ปี ซึ่งมีข้อดีก็คือสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างหลากหลาย ช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บุตรหลานของท่านมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มรรอยยิ้มที่สดใสสมวัยได้

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก ที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง และยังให้คำแนะนำในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันในเด็กด้วย เพื่อให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี แนะนำวิธีการทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี เพื่อปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันให้มากเป็นพิเศษ ทางคลินิกอยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีรอยยิ้มที่สดใส มั่นใจ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

11
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


12
หมอออนไลน์: ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea)

ปวดประจำเดือน หมายถึง อาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน พบประมาณร้อยละ 70 ของผู้หญิงวัยที่มีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะปวดไม่มากและสามารถทำงานได้ตามปกติ มีส่วนน้อยที่อาจปวดรุนแรงจนต้องพักงาน

อาการปวดประจำเดือนแบ่งได้เป็น ชนิดปฐมภูมิ (หรือไม่ทราบสาเหตุ) ซึ่งพบเป็นส่วนมาก กับชนิดทุติยภูมิ (หรือมีสาเหตุ) ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย

ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ (primary dysmenorrhea) จะพบในเด็กสาว ส่วนมากจะเริ่มมีอาการตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรก หรือไม่ก็เกิดขึ้นภายใน 3 ปีหลังมีประจำเดือนครั้งแรก จะมีอาการมากที่สุดในช่วงอายุ 15-25 ปี หลังจากวัยนี้อาการจะค่อย ๆ ลดลง บางรายอาจหายปวดหลังแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีบุตรแล้ว จะมีส่วนน้อยที่ยังอาจมีอาการตลอดไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน

ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ (secondary dysmenorrhea) จะมีอาการปวดครั้งแรกเมื่อมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเลย

สาเหตุ

ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ จะไม่มีความผิดปกติของมดลูกและรังไข่แต่อย่างใด ปัจจุบันนี้เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างมีประจำเดือน และมีการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) มากผิดปกติ ทำให้มดลูกมีการบีบเกร็งตัว เกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย

ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ มักมีความผิดปกติของมดลูกหรือรังไข่ เช่น เยื่อบุมดลูกต่างที่ เนื้องอกมดลูก มดลูกย้อยไปด้านหลังมาก ปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง ปากมดลูกตีบ (cervical stenosis) เป็นต้น

เชื่อว่าอารมณ์มีส่วนเสริมความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนทั้ง 2 ชนิด เช่น พบว่าผู้ที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายหรือมีความเครียดจะมีอาการปวดรุนแรงกว่าผู้ที่มีอารมณ์ดี

ผู้ที่มีประวัติว่ามีญาติสายตรงมีอาการปวดประจำเดือน หรือผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดประจำเดือนได้มากกว่าปกติ


อาการ

จะเริ่มมีอาการก่อนมีประจำเดือนไม่กี่ชั่วโมง และเป็นอยู่ตลอดช่วง 2-3 วันแรกของประจำเดือน โดยมีอาการปวดบิดเป็นพัก ๆ ที่บริเวณท้องน้อย บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ใจคอหงุดหงิดร่วมด้วย

ถ้าปวดรุนแรงอาจมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น มือเท้าเย็นได้

ภาวะแทรกซ้อน

ส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง นอกจากอาการปวดท้องอาจทำให้ต้องพักงาน พักการเรียน

ส่วนในรายที่เป็นปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น เยื่อบุมดลูกต่างที่ทำให้เป็นหมัน, เนื้องอกมดลูกทำให้ตกเลือด เป็นต้น


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการเป็นหลัก การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้าปวดไม่มาก ให้กินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล

2. ถ้าปวดมาก ให้นอนพัก ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้อง และให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ไอบูโพรเฟน ควรกินก่อนมีประจำเดือน 48 ชั่วโมง และกินทุกวันจนเลือดประจำเดือนหยุดออก หรือให้ยาแอนติสปาสโมดิก เช่น ไฮออสซีน บรรเทาปวด

3. ในรายที่เป็นอยู่ประจำ อาจให้กินยาเม็ดคุมกำเนิด (กินแบบเดียวกับใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด คือวันละ 1 เม็ด ทุกวัน) เพื่อมิให้มีการตกไข่ จะช่วยไม่ให้ปวดได้ชั่วระยะหนึ่ง อาจให้ติดต่อกันนาน 3-4 เดือน แล้วลองหยุดยา ถ้าหากมีอาการกำเริบใหม่ ก็ควรให้กินยาเม็ดคุมกำเนิดต่อไปอีกสักระยะหนึ่งจนกว่าเมื่อหยุดยาแล้วอาการปวดประจำเดือนทุเลาไป

4. ถ้าพบว่าอาการปวดประจำเดือนเริ่มเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในผู้หญิงอายุมากกว่า 25 ขึ้นไป มีอาการปวดรุนแรง หลังแต่งงานยังมีอาการปวดมาก มีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ หรือสงสัยเป็นปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ แพทย์จะทำการตรวจภายใน และทำการตรวจพิเศษ เช่น อัลตราซาวนด์ การใช้กล้องส่องตรวจช่องท้อง (Iaparoscope) เป็นต้น เพื่อค้นหาสาเหตุให้แน่นอน และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ


การดูแลตนเอง

หากมีอาการปวดท้องเวลามีประจำเดือนที่ไม่รุนแรง ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    นอนพัก ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้อง
    ถ้าปวดมากกินยาพาราเซตามอล*

ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดรุนแรง
    มีไข้สูง หนาวสั่น
    กดเจ็บมากตรงบริเวณท้องน้อย
    มีอาการขัดเบา และปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ
    มีอาการปวดประจำเดือนเป็นครั้งแรก
    ปวดรุนแรงกว่าที่เคยปวดมาก่อน หรือหลังแต่งงานยังมีอาการปวดประจำเดือนมาก
    มีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ
    ดูแลรักษาตนเองแล้วอาการไม่ทุเลา
    มีประวัติการแพ้ยา เป็นสตรีที่กำลังให้นมบุตร หรือมีโรคตับ โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่มีการใช้ยาหรือแพทย์นัดติดตามการรักษาอยู่เป็นประจำ
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
    มีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้ ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะสตรีที่ให้นมบุตร และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ


การป้องกัน

สำหรับอาการปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ อาจป้องกันหรือลดอาการปวดด้วยการปฏิบัติตัวดังนี้

    ออกกำลังกายเป็นประจำ
    งดสูบบุหรี่
    กินยาเม็ดคุมกำเนิดตามคำแนะนำของแพทย์

ข้อแนะนำ

1. ควรให้ความมั่นใจแก่เด็กสาวที่เริ่มมีอาการปวดประจำเดือนว่า โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด และส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นอาจทุเลาหรือหายได้เอง ตลอดจนให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประจำเดือน

2. ในรายที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงเป็นประจำ มักมีสาเหตุจากเยื่อบุมดลูกต่างที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีบุตรยาก

3. ผู้หญิงที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ถ้าหากมีอาการปวดท้องรุนแรงผิดไปจากที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอาการกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวาก็ควรจะรีบไปโรงพยาบาล อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ หรือสาเหตุที่ร้ายแรงอื่น ๆ ได้

13
โปรแกรมหมอประจำบ้านอัจริยะ: ตับอักเสบจากไวรัส (Viral hepatitis)

ตับอักเสบจากไวรัส (ไวรัสลงตับ ก็เรียก) หมายถึงการอักเสบของเนื้อตับเนื่องจากการติดเชื้อไวรัส*

ในที่นี้หมายถึง ตับอักเสบจากไวรัสชนิดเฉียบพลัน ซึ่งพบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง) ที่เกิดขึ้นในเด็กโตและผู้ใหญ่ จนเป็นที่เข้าใจกันว่า โรคดีซ่าน ก็คือ ตับอักเสบจากไวรัส

โรคนี้พบได้ในคนทุกวัย แต่พบมากในเด็กและคนหนุ่มสาว บางครั้งอาจพบระบาดตามหมู่บ้าน โรงเรียน โรงงาน กองทหาร เป็นต้น

*ตับอักเสบชนิดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสตับอักเสบ (hepatitis virus) ส่วนน้อยเกิดจากไวรัสชนิดอื่น เช่น คางทูม หัดเยอรมัน เริม ไวรัสไซโตเมกาโล เป็นต้น นอกจากไวรัสแล้ว ตับอักเสบยังอาจเกิดจากแอลกอฮอล์ ยา (เช่น ไอเอ็นเอช ไรแฟมพิซิน คีโตโคนาโซล อีริโทรไมซิน ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน เป็นต้น) สมุนไพร (ขี้เหล็ก บอระเพ็ด) ทำให้มีอาการดีซ่าน ตับโต คล้ายโรคตับอักเสบจากไวรัส ซึ่งบางครั้งอาจแยกกันไม่ได้ชัดเจน อาจต้องทำการตรวจเลือดและตรวจพิเศษอื่น ๆ

สาเหตุ

ในปัจจุบันพบว่าไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ที่สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

1. เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (hepatitis A virus/HAV) ซึ่งทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดเอ (hepatitis A) หรือเดิมเรียกว่า "Infectious hepatitis" สามารถติดต่อโดยทางระบบทางเดินอาหาร กล่าวคือ โดยการกินอาหาร ดื่มนมหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ที่มีเชื้อโรคนี้ (เช่นเดียวกับโรคบิด อหิวาต์ ไทฟอยด์) ดังนั้นจึงสามารถแพร่กระจายโรคได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเรา ซึ่งการสุขาภิบาลยังไม่ดี บางครั้งอาจพบเป็นโรคระบาดได้

ระยะฟักตัวของตับอักเสบชนิดเอ 15-45 วัน (เฉลี่ย 30 วัน) ซึ่งนับว่าสั้นกว่าชนิดบี

2. เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (hepatitis B virus/HBV) ซึ่งทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดบี (hepatitis B) หรือเดิมเรียกว่า "Serum hepatitis"

เชื้อนี้จะมีอยู่ในเลือด และยังอาจพบมีอยู่ในน้ำลาย น้ำตา น้ำนม ปัสสาวะ น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด เป็นต้น

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายโดยทางเพศสัมพันธ์ หรือถ่ายทอดจากมารดาไปยังทารกขณะคลอด หรือหลังคลอดใหม่ ๆ ทำให้ทารกมีเชื้อโรคนี้อยู่ในร่างกายซึ่งสามารถแพร่ให้ผู้อื่นได้

นอกจากนี้ โรคนี้ยังสามารถติดต่อโดยทางเลือด เช่น การให้เลือด การฉีดยา การฝังเข็ม การสักตามร่างกาย การทำฟัน การใช้เครื่องมือแพทย์ที่แปดเปื้อนเลือดของผู้ที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ เป็นต้น

ระยะฟักตัวของตับอักเสบชนิดบี 30-180 วัน (เฉลี่ย 60-90 วัน)

3. เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี (hepatitis C virus/HCV) ซึ่งทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดซี (hepatitis C) เชื้อชนิดนี้สามารถติดต่อโดยทางเลือด ทางเพศสัมพันธ์ และถ่ายทอดจากมารดาไปยังทารกได้เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบชนิดบี ระยะฟักตัว 6-7 สัปดาห์

ผู้ติดเชื้อชนิดซี อาจกลายเป็นพาหะหรือโรคตับอักเสบเรื้อรัง และมีภาวะแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกับตับอักเสบชนิดบี

นอกจากไวรัสทั้ง 3 ชนิดนี้แล้ว ยังมีไวรัสชนิดอื่น ๆ ได้แก่ เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดอี (hepatitis E virus) ซึ่งสามารถติดต่อโดยทางอาหารการกินเช่นเดียวกับชนิดเอ เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดจี (hepatitis G virus) ซึ่งสามารถติดต่อโดยทางเลือด เช่น การให้เลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ใช้ยาเสพติด

นอกจากนี้ยังพบเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดดี (hepatitis D virus) ซึ่งมักพบร่วมกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี พบมากในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และอาจทำให้อาการตับอักเสบจากเชื้อไวรัสบีมีความรุนแรงมากขึ้น


อาการ

ตับอักเสบจากไวรัสชนิดเฉียบพลันจะมีอาการแสดง ดังนี้

ระยะนำ ผู้ป่วยมักมีอาการอื่น ๆ นำมาก่อนจะมีอาการตาเหลืองประมาณ 2-14 วัน ด้วยอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อิดโรย คลื่นไส้ อาเจียน และเป็นไข้ (ประมาณ 38-39 องศาเซลเซียส)

บางรายอาจมีอาการปากคอจืด และเหม็นเบื่อบุหรี่อย่างมาก

บางรายอาจมีอาการปวดเสียดหรือจุกแน่นแถวลิ้นปี่หรือชายโครงขวา อาจมีอาการถ่ายเหลวหรือท้องเดิน หรือมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ ไอ คล้ายไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ หรืออาจมีอาการปวดตามข้อมีลมพิษ ผื่นขึ้น

ก่อนมีอาการตาเหลือง 1-5 วัน ผู้ป่วยจะปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้มเหมือนขมิ้น และอุจจาระสีซีดกว่าปกติ ระยะนี้มักจะพบว่าตับโตและเคาะเจ็บ

ระยะตาเหลือง เมื่อมีอาการตาเหลือง อาการต่าง ๆ จะเริ่มทุเลา และไข้จะลดลงทันที (หากยังมีไข้ร่วมกับตาเหลืองอีกหลายวัน ควรนึกถึงสาเหตุอื่น (ตรวจอาการดีซ่าน/ตาเหลือง) ตาจะเหลืองเข้มมากที่สุดในสัปดาห์ที่ 1 และ 2 แล้วจะค่อย ๆ จางหายไปใน 2-4 สัปดาห์ โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะมีอาการตาเหลืองอยู่ประมาณ 3-5 สัปดาห์ และน้ำหนักตัวอาจลดไป 2-3 กิโลกรัม

ในขณะที่ตาเหลืองเริ่มจางลง ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นอุจจาระกลับมีสีเข้มเหมือนปกติ และปัสสาวะสีค่อย ๆ จางลง ระยะนี้ตับยังโตและเจ็บ แต่จะค่อย ๆ ลดน้อยลง ต่อมน้ำเหลืองที่หลังคอและม้ามอาจโตได้

ระยะฟื้นตัว หลังจากหายตาเหลืองแล้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายขึ้น แต่ยังอาจรู้สึกเหนื่อยล้า ตับจะยังโตและเจ็บเล็กน้อย กินเวลาประมาณ 2-6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่อาการจะหายสนิทภายใน 3-4 เดือน หลังมีอาการแสดงของโรค

ผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการตาเหลือง (ดีซ่าน) ให้เห็น หรือคลำตับไม่ได้ มีเพียงอาการเพลียคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือปวดเสียดชายโครงขวา ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน


ภาวะแทรกซ้อน

ส่วนมากมักจะหายเป็นปกติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นตับอักเสบชนิดเอ

ส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งจะพบในผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบชนิดบีหรือซี และมักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุ หรือมีโรคอื่น ๆ (เช่น หัวใจวาย เบาหวาน มะเร็ง โลหิตจางรุนแรง เป็นต้น) อยู่ก่อน

โรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงกับทำให้เสียชีวิตในเวลารวดเร็ว (ซึ่งพบได้น้อยมาก) ได้แก่ ตับอักเสบชนิดเร็วร้าย (fulminant hepatitis) ซึ่งเซลล์ของตับถูกทำลายจนเนื้อตับเสียเกือบทั้งหมด ผู้ป่วยจะมีอาการตาเหลืองจัด บวม และหมดสติ

ประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบชนิดบี และร้อยละ 75 ของผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบชนิดซี อาจกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis)* ซึ่งจะมีอาการอักเสบของตับอยู่นานเกิน 6 เดือน ผู้ป่วยอาจมีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ท้องอืดเฟ้อ ดีซ่าน หรือไข้ต่ำ ๆ บางรายอาจมีอาการของตับแข็ง แต่บางรายอาจไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลยก็ได้ จะวินิจฉัยได้แน่ชัดด้วยการตรวจเลือดพบว่ามีเอนไซม์ตับ ได้แก่ เอเอสที (AST)** และเอแอลที (ALT)*** สูงถึง 100-150 หน่วย และพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีร่วมด้วย หากปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลรักษา อาจเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับในระยะยาวได้
 

*โรคตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis) นอกจากเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีแล้ว ยังอาจเกิดจากยา (เช่น เมทิลโดพาที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ไอเอ็นเอชที่ใช้รักษาวัณโรค) หรือเกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง หรือออโตอิมมูน (autoimmume) ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

ผู้ป่วยบางรายอาจกลายเป็นโรคตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับ ในระยะ 5-10 ปีต่อมาได้
 
**ย่อมาจาก aspartate aminotransferase ซึ่งเดิมเคยเรียกว่า SGOT (serum glutamic-oxaloacetic transaminase) ค่าปกติไม่เกิน 40 หน่วย

***ย่อมาจาก alanine aminotransferase ซึ่งเดิมเคยเรียกว่า SGPT (serum glutamic pyruvic transaminase) ค่าปกติไม่เกิน 35 หน่วย


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย โดยตรวจพบอาการตาเหลือง ตัวเหลือง คลำได้ตับโต ซึ่งมีลักษณะนุ่ม ผิวเรียบ กดเจ็บเล็กน้อย

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยการเจาะเลือดทดสอบการทำงานของตับ (liver function test) ซึ่งจะพบว่ามีระดับเอนไซม์ตับ (AST‚ ALT) สูงกว่าปกติเป็นสิบ ๆ เท่า (บ่งชี้ว่ามีการอักเสบของเซลล์ตับ) ตลอดจนระดับบิลิรูบิน (bilirubin ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ตัวเหลืองตาเหลือง) สูง

นอกจากนี้ยังอาจต้องเจาะเลือดตรวจดูชนิดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรค ว่าเป็นตับอักเสบชนิดเอ บี ซี หรือชนิดอื่น


การรักษาโดยแพทย์

หากสงสัย จะทำการชันสูตรเพิ่มเติมโดยการตรวจเลือด เมื่อตรวจพบว่าเป็นตับอักเสบจากไวรัสชนิดเฉียบพลัน จะให้การรักษาดังนี้

1. ถ้าพบในเด็กหรือคนหนุ่มสาว ซึ่งอาการโดยทั่วไปดี กินข้าวได้ ไม่ปวดท้องหรืออาเจียน แพทย์จะให้คำแนะนำผู้ป่วยในการปฏิบัติตัวต่าง ๆ

ส่วนยาไม่จำเป็นต้องให้ ยกเว้นการให้ยาบรรเทาอาการ เช่น ถ้าคลื่นไส้ อาจให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ถ้ากินไม่ได้อาจฉีดกลูโคสหรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น

2. ถ้าอาการตาเหลืองไม่จางลงใน 2 สัปดาห์ หรือมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลดมาก ปวดท้องมากหรืออาเจียนมาก หรือพบในผู้สูงอายุ แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม (เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ เป็นต้น) และให้การรักษาตามภาวะผิดปกติหรือสาเหตุที่ตรวจพบ บางกรณีแพทย์อาจจำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล

3. สำหรับโรคตับอักเสบจากไวรัส ในการติดตามผลการรักษา จะนัดตรวจเลือดเป็นระยะ ๆ (ประมาณทุก 2-4 สัปดาห์) จนกระทั่งแน่ใจว่าระดับเอนไซม์เอเอสทีและเอแอลทีลงสู่ปกติซึ่งแสดงว่าหายดีแล้ว

ผลการรักษา ส่วนใหญ่จะหายดี (ตาหายเหลือง หายเพลีย กินข้าวได้มาก และผลเลือดเป็นปกติ) ภายใน 3-16 สัปดาห์

ส่วนน้อย (โดยเฉพาะในรายที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี) อาจเป็นเรื้อรังนานเกิน 6 เดือน เรียกว่า ตับอักเสบเรื้อรัง แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการตรวจชิ้นเนื้อตับ (liver biopsy) และการตรวจเลือดเพื่อดูสาเหตุ ความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อน (เช่น ตับแข็งหรือมะเร็งตับ)

สำหรับไวรัสตับอักเสบชนิดบี แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส เช่น ลามิวูดีน (lamivudine)   

สำหรับไวรัสตับอักเสบชนิดซี แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัส เช่น ไรบาไวริน (ribavirin), ยาสูตรผสม sofosbuvir/velpatasvir เป็นต้น   

บางรายอาจจำเป็นต้องฉีดอินเทอร์เฟอรอน (interferon) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านไวรัสและลดการอักเสบของตับร่วมด้วย แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาติดตามการรักษาเป็นระยะ (เช่น ทุก 3 เดือน) และให้ยาต่อเนื่องกันนานเป็นแรมปี หรือจนกว่าจะหายขาด


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการตาเหลืองตัวเหลือง อ่อนเพลีย หรือปวดเสียดใต้ชายโครงขวา เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นตับอักเสบจากไวรัส ควรดูแลตนเอง ดังนี้

1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

    พักผ่อนอย่างเต็มที่ ห้ามทำงานหนักจนกว่าจะรู้สึกหายเพลีย
    ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณวันละ 10-15 แก้ว
    กินอาหารพวกโปรตีน (เช่น เนื้อ นม ไข่ ซุบ ถั่วต่าง ๆ) ให้มาก ๆ ส่วนอาหารมันให้กินได้ตามปกติ ยกเว้นในรายที่กินแล้วคลื่นไส้อาเจียนให้งด
    ถ้าเบื่ออาหารให้ดื่มน้ำหวานหรือน้ำตาลกลูโคส ถ้ากินอาหารได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำหวานหรือกลูโคสให้มากขึ้น อาจทำให้น้ำหนักเกินได้
    ถ้ามีอาการท้องอืดหรือคลื่นไส้ ควรงดอาหารมัน
    แยกสำรับกับข้าวและเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากผู้อื่น
    ล้างมือหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง
    งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2. ดูแลรักษาและกินยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง

3. ติดตามการรักษากับแพทย์ตามนัด

4. ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีไข้สูง หรือมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
    ปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน หรือกินไม่ได้
    อ่อนเพลียมากขึ้น หรือตัวเหลืองตาเหลืองมากขึ้น
    อาการไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์
    หลังกินยาที่แพทย์แนะนำ มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
    มีความวิตกกังวล


การป้องกัน

1. สำหรับตับอักเสบชนิดเอ ควรกินอาหารสุกที่ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด ถ่ายลงส้วม ล้างมือด้วยน้ำสบู่ก่อนเตรียมอาหาร ก่อนเปิบข้าว และหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง   

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ใช้ป้องกันตับอักเสบชนิดเอ แนะนำให้ฉีดแก่สมาชิกในครอบครัวผู้ป่วย ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหาร บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเมื่อมีการระบาดของโรค (เช่น นักเรียน ทหาร เป็นต้น) โดยฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน

สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี ควรตรวจเลือดก่อน หากพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีด

2. สำหรับตับอักเสบชนิดบีและซี ควรปฏิบัติดังนี้

    ควรหลีกเลี่ยงการฉีดยา หรือให้น้ำเกลือโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นต้องฉีดยา ควรเลือกใช้เข็มและกระบอกฉีดยาที่ผ่านกรรมวิธีทำให้ปลอดเชื้อ
    ในการให้เลือดควรใช้เลือดที่ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี โดยการตรวจเช็กเลือดของผู้บริจาคทุกราย

    หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคม เข็มฉีดยา มีดโกนหนวด และแปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น และห้ามใช้อุปกรณ์ในการสักร่วมกับผู้อื่น

    แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุข ควรระมัดระวังในการสัมผัสถูกเลือดของผู้ป่วย เช่น สวมถุงมือขณะเย็บแผล ผ่าตัด หรือสวนปัสสาวะผู้ป่วย
    วัคซีนป้องกันตับอักเสบชนิดบี สำหรับทารกแรกเกิดทุกคน สถานบริการสุขภาพของรัฐจะฉีดวัคซีนชนิดนี้โดยไม่คิดมูลค่าตั้งแต่วันแรกที่เกิด วัคซีนชนิดนี้จะฉีดให้ 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน และ 6 เดือนตามลำดับ
     

สำหรับผู้ใหญ่ก่อนฉีดวัคซีนชนิดนี้ควรตรวจเลือดเสียก่อน หากพบว่าเป็นพาหะหรือมีภูมิคุ้มกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีด


ข้อแนะนำ

1. ผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบจากไวรัสชนิดเฉียบพลัน ห้ามดื่มแอลกอฮอล์นาน 1 ปี เพราะอาจทำให้โรคเรื้อรังหรือกำเริบใหม่ได้

2. ระหว่างที่เป็นโรคควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจมีพิษต่อตับ เช่น พาราเซตามอล เตตราไซคลีน ไอเอ็นเอช อีริโทรไมซิน ยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นต้น

3. เข็มฉีดยาที่ใช้กับผู้ป่วยโรคนี้ควรทิ้งไปเลย ห้ามนำไปใช้ฉีดผู้อื่นต่อ เพราะอาจแพร่เชื้อได้

4. ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบไม่จำเป็นต้องกลายเป็นโรคตับอักเสบเสมอไปทุกราย บางรายอาจมีเชื้ออยู่ในร่างกายเพียงชั่วคราวโดยไม่เป็นโรค แล้วเชื้อหายไปได้เอง

บางรายอาจมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีอยู่ในร่างกายโดยไม่มีอาการแสดงแต่อย่างใด แต่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่น เรียกว่า พาหะ (carrier) ซึ่งสามารถตรวจพบจากการตรวจเลือดเช็กสุขภาพ (ดังนั้นจึงแนะนำให้หมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นระยะ)

บางรายหลังได้รับเชื้ออาจมีอาการเป็นไข้ อ่อนเพลียคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือคลื่นไส้ อาเจียน จุกเสียดท้อง โดยไม่มีอาการตาเหลืองก็ได้

5. ผู้ที่เป็นพาหะของโรคตับอักเสบชนิดบีหรือซี (พบเชื้อในกระแสเลือดโดยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด) ควรหาทางพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายได้ตามปกติเช่นคนทั่วไป อย่าอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก งดบริจาคโลหิต ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนี้) และหมั่นตรวจเลือดดูเชื้อและทดสอบการทำงานของตับ (liver function test) รวมทั้งการตรวจหาสารแอลฟาฟีโตโปรตีน (alpha-fetoprotein) เพื่อค้นหามะเร็งตับระยะแรกเริ่ม ทุก 3-6 เดือน

ผู้ที่เป็นพาหะอาจเกิดโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับแทรกซ้อน โดยมากมักจะเกิดกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสบีหรือซีจากมารดามาตั้งแต่เกิด แล้วเชื้อจะอยู่ในร่างกายจนย่างเข้าวัย 40-50 ปี ก็อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ หรือตรากตรำงานหนัก

6. ผู้ที่เป็นตับอักเสบจากไวรัสชนิดเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเลือด เช็กสุขภาพ ควรติดตามรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งหากพบระยะแรกเริ่ม ก็สามารถรักษาได้ผลดี มีอายุยืนยาวได้

7. ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรคตับอักเสบชนิดบี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นสามีหรือภรรยาและบุตรควรตรวจเลือด ถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคควรฉีดวัคซีนป้องกัน

8. หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจเลือดดูว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือไม่ ถ้าพบว่ามีเชื้อ ทารกที่เกิดมาทุกคนจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบจากไวรัสชนิดบี 3 ครั้ง ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่ออายุครบ 1 และ 6 เดือน และในรายที่มารดาตรวจพบ HBeAg เป็นผลบวก ทารกจะต้องได้รับการฉีดสารอิมมูนโกลบูลิน (hepatitis B immune globulin/HBIG) ร่วมกับวัคซีนดังกล่าวจะช่วยป้องกันมิให้ทารกติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้

14
จัดฟันบางนา: อาการแบบใดบ้าง ทันตแพทย์จึงจะพิจารณาให้ทำรากฟันเทียมได้

รากฟันเทียม หรือที่เรียกว่า รากเทียม ถูกผลิตขึ้นมาจากไททาเนียม ซึ่งอย่างที่หลายๆท่านทราบกันเป็นอย่างดีว่าไททาเนียมนั้นมีความแข็งแรงมากๆ แถมยังสามารถเข้ากับร่างกายของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จึงใช้เป็นฐานเพื่อช่วยให้รากฟันเทียมติดแน่นแบบคงทน และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันนั้น การทำรากฟันเทียมเพื่อใช้ทดแทนฟันจริงที่สูญเสียไปถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความปลอดภัยสูง แถมยังมีความแข็งแรงไม่ต่างจากฟันจริงตามธรรมชาติของคนเรา อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่ดีไม่ต่างจากฟันแท้เลย

แต่ก็เชื่อว่ามีหลายท่านที่อยากจะทำรากฟันเทียม แต่ทันตแพทย์ไม่สามารถให้ทำได้เนื่องจากความไม่เหมาะสมของผู้ป่วยบางประการ อาจจะเป็นเพราะโรคประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่บางชนิดก็ทำให้ไม่สามารถที่จะทำรากฟันเทียมได้

แต่ในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทราบถึง อาการบางอาหารที่ทันตแพทย์จะพิจารณาให้ทำรากฟันเทียมดีที่สุด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


อาการแบบใด ที่ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำรากฟันเทียม ?

ต้องบอกเลยว่าปัจจัยสำคัญที่คนไข้ส่วนใหญ่เลือกที่จะใส่ฟันปลอมก็คือ เพื่อเสริมบุคลิกภาพที่ดีสำหรับผู้ที่ฟันหน้าสูญหาย เพื่อเพิ่มรอยยิ้มที่สดใส และมั่นใจในการพูดคุย แต่บางท่านก็ต้องการทำฟันปลอมเพื่อใช้งานอย่างแท้จริงในการบดเคี้ยวฉีกกัดอาหาร หรือทดแทนฟันซี่ที่ไม่แข็งแรงซึ่งอาจจะสร้างปัญหาในอนาคต หรือแม้แต่สูญเสียฟันจริงไปแล้วทำให้กลัวการเกิดฟันล้มก็จำเป็นที่จะต้องใส่ฟันปลอม แต่ไม่ใช่ทุกท่านที่สามารถใส่ฟันปลอมได้ เพราะ สภาพความเสียหายของฟันนั้นไม่เหมือนกัน บางท่านไม่มีฟันไว้ยึดเกาะการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้สามารถหมดไปด้วย การทำรากฟันเทียม เพราะการทำรากฟันเทียมนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ฟันซี่อื่นเพื่อยึดเกาะ รากฟันเทียมถือว่าคงทนที่สุดในทุกด้าน

ที่สำคัญที่สุดทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ทำรากฟันเทียม หากว่าไม่มีอาการป่วยเกี่ยวกับเลือด หรือโรคเบาหวาน และอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี เพราะทันตแพทย์จะมองถึงความสำเสร็จในผลลัพธ์สูงที่สุด เพราะเหตุนี้ความผิดพลาดจึงต้องน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน ซึ่งจำนวนฟันที่สูญเสียก็ถือว่ามีความจำเป็นในการตัดสินใจของทันตแพทย์เช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

– สูญเสียฟัน 1 ถึง 2 ซี่

โดยส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำการทำฟันเทียม 2 วิธี หากว่าสูญเสียฟันเพียงแค่ 1 – 2 ซี่ ก็คือ การทำรากฟันเทียม และ การทำสะพานฟัน แต่การทำรากฟันเทียมก็ถือว่ามีผลสำเร็จและเหมาะสมมากกว่า และมีข้อดีมากกว่าการทำสะพานฟัน คือ ไม่ต้องกรอเนื้อฟันดีทิ้ง

– ทดแทนฟันหลายซี่

หากว่ามีการสูญเสียฟันมากกว่า 2 ซี่ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำรากฟันเทียมเพื่อรองรับการครอบฟัน แต่สำหรับในกรณีที่สูญเสียฟันหลายซี่ติดกัน ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำรากฟันเทียมเพื่อรองรับสะพานฟันแทน เพื่อลดการฝังรากฟันเทียมจำนวนมาก

– การทดแทนฟันที่หายไปทั้งปาก

ในกรณีที่ผู้ป่วยสูญเสียฟันจริงตามธรรมชาติทั้งปาก ต้องบอกเลยว่ามีความยุ่งยากสูงในการรักษา แต่ถึงอย่างไรก็ตามการฝังรากฟันเทียมก็ยังสามารถทำได้ทั้งแบบติดแน่น และแบบถอดได้ โดยทันตแพทย์จะวินิจฉัยว่าควรติดตั้งรากฟันเทียม จำนวน 4 , 6 หรือ 8 ตัว ต่อ 1 ขากรรไกร สำหรับแบบติดแน่น แต่หากว่าต้องการทำรากฟันเทียมแบบถอดได้ ทันตแพทย์จะใช้เพียง 2 – 4 ชิ้น ซึ่งความยุ่งยากจะแตกต่างกันออกไป ทำให้ระยะเวลาในการรักษาอาจไม่เท่ากัน


สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการทำรากฟันเทียม อย่างแรกเลยต้องผ่านการประเมินและวิเคราะห์จากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต ซึ่งทันตแพทย์ผู้ทำการวินิจฉัยจะต้องมีความรู้ด้านและชำนาญเฉพาะทางเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะสามารถเลือกรากฟันเทียมที่เหมาะสมกับคนไข้ มีความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมการบดเคี้ยวและขั้นตอนการทำทันตกรรมประดิษฐ์

15
งานฝีมือ การทำสบู่ และเริ่มสร้างงานฝีมือ DIY ที่เป็นเอกลักษณ์

แน่นอนค่ะ การทำสบู่เองเป็นงานฝีมือที่น่าสนใจและสนุกมาก เพราะคุณสามารถสร้างสบู่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ตามต้องการ ลองมาดูแนวทางและไอเดียต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นสร้างสรรค์งานฝีมือ DIY นี้กันนะคะ

เริ่มต้นด้วยสบู่กลีเซอรีน (Melt and Pour Soap)

นี่คือวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะไม่ต้องยุ่งยากกับการใช้สารเคมีที่อันตราย

ละลายเบสสบู่: ซื้อเบสสบู่กลีเซอรีนสำเร็จรูปจากร้านค้า แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

ให้ความร้อน: นำเบสสบู่ไปละลายในไมโครเวฟหรือหม้อตุ๋นสองชั้น (Double Boiler) จนละลายเป็นของเหลว

เติมส่วนผสม: เมื่อละลายแล้ว สามารถเติมสีผสมสบู่, น้ำหอม หรือสมุนไพรต่างๆ ที่คุณต้องการลงไป

เทใส่พิมพ์: นำส่วนผสมที่ได้เทลงในแม่พิมพ์ แล้วทิ้งไว้ให้แข็งตัว

แกะออกจากพิมพ์: เมื่อสบู่แข็งตัวดีแล้ว ก็นำออกมาจากพิมพ์และนำไปใช้งานได้เลย


ไอเดียสร้างสบู่ที่มีเอกลักษณ์

เมื่อคุณทำสบู่เป็นแล้ว ก็สามารถใช้ไอเดียเหล่านี้เพื่อสร้างสบู่ที่ไม่เหมือนใครได้เลยค่ะ

สบู่สมุนไพร: เติมสมุนไพรบำรุงผิวลงไป เช่น ขมิ้น (ช่วยเรื่องผิวขาวใส), มะขาม (ช่วยผลัดเซลล์ผิว), หรือผงถ่าน (ช่วยทำความสะอาดผิว)

สบู่ดอกไม้: ใช้ดอกไม้แห้งสวยๆ มาโรยลงไปในสบู่ เช่น ดอกกุหลาบ หรือดอกดาวเรือง

สบู่รูปทรงต่างๆ: หาซื้อแม่พิมพ์สบู่รูปทรงแปลกตา เช่น รูปสัตว์, รูปหัวใจ, หรือรูปทรงเรขาคณิต


ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สบู่ที่ทำเองไม่มีสารกันบูด: ควรเก็บสบู่ไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท และใช้ให้หมดภายในระยะเวลาอันสั้นเพื่อป้องกันการขึ้นรา

เริ่มจากเล็กๆ: ลองทำสบู่ในปริมาณน้อยๆ ก่อนเพื่อฝึกฝนและทำความคุ้นเคย

หาข้อมูลเพิ่มเติม: สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการทำสบู่แบบอื่นๆ ได้จากเว็บไซต์และวิดีโอสอนทำสบู่ทั่วไปค่ะ

หน้า: [1] 2 3 ... 56
ลงประกาศฟรี ติด google ลงโฆษณา ขายของ ฟรี โพสต์ฟรี ลงประกาศฟรี ขายฟรี ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ประกาศฟรี ขายฟรี ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google