แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 46
1
หมอประจำบ้าน: โรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน (Menopausal syndrome)

โรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน (กลุ่มอาการสตรีวัยหมดระดู ก็เรียก) เป็นภาวะที่พบในช่วงใกล้และหลังวัยหมดประจำเดือน คือในช่วงอายุระหว่าง 40-60 ปี ซึ่งนิยมเรียกว่า วัยทอง

วัยหมดประจำเดือน (menopause) จะนับตั้งแต่ระยะเวลา 12 เดือน หลังมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย โดยทั่วไปมักอยู่ในช่วงอายุประมาณ 51-55 ปี (ประมาณ 51 ปีโดยเฉลี่ย) บางรายอาจเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปี ถ้าเกิดขึ้นก่อนอายุ 40 ปี เรียกว่า วัยหมดประจำเดือนก่อนกำหนด (premature menopause)

สาเหตุ

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผู้หญิงในวัยนี้ที่รังไข่ค่อย ๆ ลดจนกระทั่งหยุดทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนอย่างถาวร ทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือน (ระดู) ที่เคยเกิดขึ้นเป็นวงจรในแต่ละเดือน

เนื่องจากความแปรปรวนของระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนถึงวัยหมดประจำเดือนและการลดลงของเอสโทรเจนอย่างมากในช่วงหลังวัยหมดประจำเดือน ทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจต่าง ๆ ซึ่งค่อย ๆ เป็นมากขึ้น และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะพร่องเอสโทรเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะต่อมาอีกหลายปีจนเข้าสู่วัยสูงอายุ

ส่วนวัยหมดประจำเดือนก่อนกำหนด อาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางกรรมพันธุ์ (มีมารดาที่เกิดภาวะเดียวกัน) หรือเกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเองก็ได้ และบางรายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน


อาการ

ระยะใกล้ถึงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเรียกว่า วัยใกล้หมดประจำเดือน (perimenopause) อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 40-50 ปี ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติซึ่งมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป ก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนประมาณ 2-8 ปี บางรายอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็นเด่นชัดก็ได้

อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เกี่ยวเนื่องกับความแกว่งขึ้นลงของระดับฮอร์โมนเอสโทรเจน รวมทั้งภาวะพร่องเอสโทรเจนในที่สุด โดยมักมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเป็นอาการแรกเริ่ม อาจมาก่อนหรือช้ากว่าปกติ อาจออกน้อยหรือมากไม่แน่นอน บางรายประจำเดือนอาจหายไปหลายเดือนแล้วกลับมามีประจำเดือนเป็นปกติใหม่ หรืออาจมีประจำเดือนสม่ำเสมอทุกเดือน จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนก็ได้

ต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการร้อนซู่ช่าตามผิวกาย ซึ่งพบได้ประมาณ 3 ใน 4 คน โดยมีอาการร้อนตามใบหน้า ต้นคอ หัวไหล่ แผ่นหลังในช่วงสั้น ๆ ประมาณ 30 วินาที ถึง 5 นาที (เฉลี่ยประมาณ 2-3 นาที) อาจเป็นทุกชั่วโมง หรือทุก 2-3 วัน และมักจะเป็นในช่วงกลางคืน ในรายที่เป็นมากอาจทำให้รู้สึกไม่สุขสบาย หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับ อาการร้อนซู่ช่ามักเป็นอาการชักนำให้ผู้ป่วยมาปรึกษาแพทย์ มักมีอาการนำมาก่อนจะถึงวัยหมดประจำเดือน 1-2 ปี และจะหายไปหลังจากหมดประจำเดือนแล้วประมาณ 1-2 ปี มักไม่เกิน 5 ปี แต่บางรายอาจนานเกิน 5 ปีขึ้นไป ความถี่และความรุนแรงของอาการร้อนซู่ช่าจะแตกต่างกันไปในหญิงแต่ละคน นอกจากนี้ยังขึ้นกับปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการถี่ขึ้นได้ เช่น การกินอาหารเผ็ด การดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์ อากาศร้อน ความเครียด ปัญหาครอบครัว เป็นต้น

ผู้ป่วยจะมีอาการเหงื่อออก โดยเฉพาะตอนกลางคืน และอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ (อาการทางจิตประสาท) เช่น หงุดหงิด โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ซึมเศร้า จิตใจห่อเหี่ยว ความจำเสื่อม หลง ๆ ลืม ๆ ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ เป็นต้น

ผู้ป่วยมักมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลงพุง เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การนอนไม่หลับ และเป็นไปตามวัยที่ร่างกายมีการเผาผลาญน้อยลง รวมทั้งไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ บ้านหมุน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ปวดตามข้อ เป็นต้น

ในระยะต่อมา เมื่อเกิดภาวะพร่องเอสโทรเจน ก็อาจมีอาการเยื่อบุช่องคลอดแห้ง อาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ ผิวหนังแห้ง ริมฝีปากแห้ง ผมแห้ง ผมร่วง เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อน

มักเป็นผลมาจากภาวะพร่องเอสโทรเจน ที่สำคัญได้แก่

    เยื่อบุช่องคลอดบาง แห้ง และขาดความยืดหยุ่น อาจทำให้มีอาการเจ็บปวดเวลาร่วมเพศ มีเลือดออกหลังร่วมเพศ และช่องคลอดอักเสบได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่วัยใกล้หมดประจำเดือน
    กล้ามเนื้อบริเวณเชิงกรานหย่อนยาน ทำให้เกิดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดเวลาหัวเราะ ไอ หรือยกของหนัก ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่วัยใกล้หมดประจำเดือน
    เยื่อบุท้องปัสสาวะบาง ทำให้มีอาการแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะง่ายขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่วัยใกล้หมดประจำเดือน
    ผิวหนังบาง แห้ง และขาดความยืดหยุ่น อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่วัยใกล้หมดประจำเดือน
    ภาวะกระดูกพรุน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงหลังหมดประจำเดือน (ดู "โรคกระดูกพรุน" เพิ่มเติม)
    ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงวัยหมดประจำเดือน โดยพบว่าแอลดีแอลคอเลสเตอรอลสูง และเอชดีแอลคอเลสเตอรอลต่ำ
    โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงหลังวัยหมดประจำเดือน อายุมากกว่า 60-65 ปี
    โรคสมองเสื่อม หลง ๆ ลืม ๆ ซึ่งมักเกิดช่วงย่างเข้าวัยสูงอายุ


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก

การตรวจร่างกายมักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน

บางรายอาจพบว่ามีอาการผมบาง เต้านมลดความเต่งตึง มีไขมันที่หน้าท้อง

อาจตรวจพบความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึ่งเป็นการพบโดยบังเอิญตามวัย ไม่เกี่ยวกับภาวะพร่องเอสโทรเจน

บางกรณีแพทย์อาจยืนยันการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจเลือดพบว่าระดับฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ (follicle stimulating hormone/FSH) และฮอร์โมนแอลเอช (luteinizing hormone/LH) สูง และระดับเอสโทรเจน (ที่มีชื่อว่า estradiol) ต่ำ

แพทย์อาจทำการตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่นที่มีอาการคล้ายกับโรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน ที่พบบ่อย คือ ภาวะขาดไทรอยด์ โดยทำการตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ในเลือด (thyroid-stimulating hormone/TSH)

นอกจากนี้อาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อตรวจกรองภาวะหรือโรคที่พบร่วม (ซึ่งอาจแฝงอยู่โดยยังไม่แสดงอาการ) เช่น ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด (อาจพบเบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ) ตรวจกรองมะเร็งเต้านมโดยการถ่ายภาพรังสีเต้านม (mammography) ตรวจกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการตรวจแพ็ปสเมียร์ ตรวจชิ้นเนื้อเยื่อบุมดลูกในรายที่มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ ตรวจความหนาแน่นของกระดูก เป็นต้น


การรักษาโดยแพทย์

1. ถ้าผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องให้ยารักษาแต่อย่างใด แพทย์จะให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วยว่า อาการที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ และจะค่อย ๆ หายไปได้เอง

2. ถ้าไม่มีอาการไม่สุขสบายมาก ให้ยารักษาตามอาการ ถ้าปวดศีรษะหรือปวดข้อ ให้ยาแก้ปวด ถ้ามีความรู้สึกวิตกกังวล อารมณ์ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ใช้ยาทางจิตประสาท เป็นต้น

3. ถ้าอาการไม่ดีหรือมีอาการมาก (เช่น ออกร้อนซู่ซ่ามาก เจ็บปวดเวลาร่วมเพศ ปัสสาวะเล็ด เป็นต้น) แพทย์จะให้กินฮอร์โมนเอสโทรเจนทดแทน (hormone replacement therapy/HRT) เพื่อลดอาการไม่สบายต่าง ๆ เช่น อาการร้อนซู่ช่า ปัสสาวะเล็ด ภาวะเยื่อบุช่องคลอดและผิวหนังบางและแห้ง อาการทางจิตประสาท เป็นต้น

แพทย์จะเลือกใช้ขนาดยาที่ต่ำที่สุดที่ทำให้มีประสิทธิผลในการรักษา นัดผู้ป่วยติดตามผลเป็นระยะ และปรับเปลี่ยนชนิดและขนาดของยาเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง ระยะเวลาที่ให้ยาฮอร์โมนทดแทนขึ้นกับข้อบ่งชี้ที่ให้และการตอบสนองต่อการรักษา โดยทั่วไปถ้าให้เพื่อลดอาการร้อนซูซ่า อาการทางจิตประสาท หรือปวดข้อและกล้ามเนื้อ อาจให้นานประมาณ 1-2 ปี ไม่เกิน 2 ปี

ในกรณีที่ไม่ได้ให้ฮอร์โมนทดแทน แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการที่พบ เช่น ในรายที่มีช่องคลอดอักเสบจากเยื่อบุช่องคลอดบางและแห้ง ให้ใช้ครีมเอสโทรเจนทาช่องคลอดทุกคืน หรือทาทุกคืนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์ สลับไปเรื่อย ๆ ในรายที่มีอาการเจ็บปวดเวลาร่วมเพศ ก่อนร่วมเพศให้ใช้เจลลีหล่อลื่น เช่น เจลลีเค-วาย (K-Y Jelly) ใส่ในช่องคลอด ในรายที่มีอาการร้อนซู่ช่า แพทย์อาจให้ยาฟลูออกซีทีน (fluoxetine) กาบาเพนทิน (gabapentin) หรือโคลนิดีน (clonidine) เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ให้การรักษาภาวะอื่น ๆ ตามที่ตรวจพบ เช่น ไขมันในเลือดผิดปกติ กระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะน้ำหนักเกิน เป็นต้น

ผลการรักษา การได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์และการดูแลตนเองอย่างจริงจัง ช่วยให้อาการบรรเทาลง มีความสุขสบาย นอกจากนี้แพทย์สามารถค้นพบภาวะหรือโรคที่แฝงอยู่ในร่างกาย ช่วยให้ได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ช่วยให้ทุเลาหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการร้อนซู่ช่า หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ (เช่น หงุดหงิด โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ซึมเศร้า จิตใจห่อเหี่ยว ความจำเสื่อม หลง ๆ ลืม ๆ ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ เป็นต้น) ในวัยหมดประจะเดือน ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคของหญิงวัยหมดประจำเดือน ควรดูแลตนเอง ดังนี้

1. รักษา กินยาตามคำแนะนำของแพทย์

2. ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

3. ปฏิบัติตัว ดังนี้

    ออกกำลังกายเป็นประจำ
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การฝึกโยคะ มวยจีน ทำสมาธิ เป็นต้น
    ควบคุมน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย
    ไม่สูบบุหรี่
    กินถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้เป็นประจำ
    หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ออกร้อนตามผิวกาย เช่น อาหารเผ็ด กาแฟ แอลอฮอล์ เป็นต้น


ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    กินยาแล้วอาการไม่ทุเลา หรือมีอาการไม่สุขสบาย เช่น ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะแสบขัด เยื่อบุช่องคลอดแห้ง เจ็บปวดเวลาร่วมเพศ มีอารมณ์ซึมเศร้า นอนไม่หลับ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ


การป้องกัน

ภาวะหมดประจำเดือนเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายซึ่งไม่อาจป้องกันได้

เมื่อมีอาการของโรคของหญิงวัยหมดประจำเดือนเกิดขึ้นแล้ว ควรปฏิบัติตัว (เช่น การกินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หาทางผ่อนคลายความเครียด) และกินยาตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งจะช่วยทำให้อาการทุเลา และป้องกันภาวะแทรกซ้อน


ข้อแนะนำ

1. ในระยะแรกเริ่ม ซึ่งผู้ป่วยมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ หากไม่ประสงค์จะมีบุตร ควรทำการคุมกำเนิด หากไม่ได้คุมกำเนิดแล้วมีอาการขาดประจำเดือนหรือมีอาการแพ้ท้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่

2.ผู้หญิงที่ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง หรือมีการรักษามะเร็งรังไข่ด้วยรังสีบำบัดตั้งแต่ก่อนวัยหมดประจำเดือน จะมีภาวะพร่องฮอร์โมนเอสโทรเจน ซึ่งเกิดอาการแบบโรคของวัยหมดประจำเดือนได้ แพทย์อาจต้องให้ผู้ป่วยกินเอสโทรเจนทดแทนอย่างต่อเนื่องจนถึงวัยหมดประจำเดือน

3. ผู้หญิงในวัยใกล้หมดประจำเดือน (อายุ 40-50 ปี) ถ้าหากมีเลือดออกจากช่องคลอดกะปริดกะปรอย หรือออกนานกว่าปกติ หรือกลับมีประจำเดือนครั้งใหม่หลังจากหมดไปนานกว่า 6 เดือน ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว อาจเป็นอาการของมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งเยื่อบุมดลูกก็ได้ อย่าคิดว่าเป็นอาการของภาวะใกล้หมดประจำเดือน

4. ในปัจจุบันพบว่า การใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนร่วมกับโพรเจสเทอโรนติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วน้ำดี โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็งเต้านม ภาวะหลอดเลือดดำส่วนลึกมีลิ่มเลือด ดังนั้นแพทย์จะใช้ฮอร์โมนทดแทนในการบำบัดกลุ่มอาการของหญิงวัยหมดประจำเดือนเท่าที่จำเป็น และใช้เป็นเพียงระยะไม่นาน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนในรายที่มีภาวะที่เป็นข้อห้ามใช้

2
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ







3
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



4
ปล่อยรถไมล์น้อย Jaguar F Type ปี 2023 สีเขียวพิเศษ British Racing Green

F-Type 5.0 V8 Superchardged Petrol Convertible R โฉมใหม่นี้ดูสวยสง่ากว่าเดิม และยังเป็นรุ่นที่รวมดีเอ็นเอในการออกแบบตามแบบฉบับของจากัวร์อย่างที่สุดเข้าไว้ด้วยกัน รถสปอร์ตสองที่นั่งรุ่นนี้มอบความสมดุลที่ลงตัวทั้งในส่วนของสมรรถนะและการให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่มากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ดุดันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ห้องโดยสารซึ่งใช้วัสดุชั้นดี หรูหรา รายละเอียดที่สวยงาม เทคโนโลยีก้าวล้ำที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ ไฟหน้า LED พิกเซลเรียวบาง รูปทรงตัว J เอกลักษณ์เฉพาะที่ปรับปรุงใหม่อย่างประณีตด้วยศิลปะตัวอักษรแบบ Calligraphy เพื่อการส่องสว่างเวลากลางวัน พร้อมไฟเลี้ยวขนาดใหญ่ ผสมผสานอย่างลงตัวเข้ากับพื้นผิววัสดุ Liquid Metal ที่มีความแข็งแรงของฝากระโปรงทรงเปลือกหอยแบบใหม่ให้ตัวรถดูกว้างขึ้น เน้นถึงรูปโฉมที่ดุดัน กันชนหน้าแบบใหม่และกระจังหน้าที่ใหญ่ขึ้นแฝงความเคร่งขรึม เพิ่มความสะดุดตา และเสริมรูปลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้นของตัวรถ ท้ายที่แข็งแกร่งเน้นรูปลักษณ์ที่น่าทึ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น เอฟ-ไทป์ ขณะที่ไฟท้าย LED แบบใหม่ทรงเรียว มาในรูปทรงคอนเซ็ปต์ Chicane สวยงามไร้ที่ติ พร้อมชุดแต่ง R-Dynamic   F-Type 5.0 V8 Superchardged Petrol Convertible R  ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินซูเปอร์ชาร์จแบบ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยการปรับแบบพลศาสตร์ กำลังสูงสุด 575 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร ความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ภายใน 3.7 วินาที

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 20 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
Warranty 5 ปี ถึง 2028

ราคาพิเศษ 4,950,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car



5
ข้อควรระวังสำหรับเด็ก ที่จัดฟันเด็ก

การจัดฟันในเด็กเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งเด็กและผู้ปกครอง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี ข้อควรระวังสำหรับเด็กที่จัดฟันมีดังนี้:

1. การดูแลรักษาความสะอาดช่องปาก:

เด็กต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อ โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน เพื่อป้องกันเศษอาหารติดอยู่ตามเครื่องมือจัดฟัน
ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและป้องกันฟันผุ


2. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง:

อาหารแข็งและเหนียว: เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง น้ำแข็ง ถั่วแข็ง เนื้อติดกระดูก เพราะอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหาย
อาหารที่มีสีเข้ม: เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง ซอสต่างๆ เพราะอาจทำให้ยางจัดฟันเปลี่ยนสี
อาหารที่มีน้ำตาลสูง: เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ


3. การดูแลเครื่องมือจัดฟัน:

หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลิ้นดึงหรือโยกเครื่องมือจัดฟัน
หากเครื่องมือหลุดหรือเสียหาย ให้รีบแจ้งทันตแพทย์ทันที
มาพบทันตแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อปรับเครื่องมือและติดตามผลการรักษา


4. อาการผิดปกติที่ควรแจ้งทันตแพทย์:

ปวดฟันหรือเหงือกอย่างรุนแรง
มีเลือดออกหรือบวมแดงบริเวณเหงือก
เครื่องมือจัดฟันหลุดหรือหัก
มีแผลในช่องปาก


5. ความร่วมมือในการรักษา:

เด็กต้องให้ความร่วมมือในการใส่ยางดึงฟันหรือเครื่องมืออื่นๆ ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแผน


ข้อควรระวังเพิ่มเติม:

ผู้ปกครองควรให้กำลังใจและสนับสนุนเด็กในการรักษา
สร้างบรรยากาศที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล
หากเด็กมีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับการจัดฟัน ให้ปรึกษาทันตแพทย์ทันที


การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและเครื่องมือจัดฟันอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการจัดฟันเด็ก เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นและให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

6
การใช้งานท่อลมร้อนให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การใช้งานท่อลมร้อนให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ดังนี้:

1. การเลือกท่อลมร้อนที่เหมาะสม

ประเภทของท่อลม:
เลือกประเภทของท่อลมให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น ท่อลมโลหะสำหรับงานอุตสาหกรรมหนัก, ท่อลมผ้าใบสำหรับงานระบายอากาศทั่วไป, หรือท่อลม PVC สำหรับงานดูดฝุ่น
พิจารณาคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำท่อลม เช่น ความทนทานต่ออุณหภูมิ, แรงดัน, และสารเคมี

ขนาดของท่อลม:
เลือกขนาดท่อลมให้เหมาะสมกับปริมาณลมที่ต้องการระบาย หากท่อลมเล็กเกินไป จะทำให้การไหลของอากาศไม่สะดวก และสิ้นเปลืองพลังงาน

การติดตั้ง:
ติดตั้งท่อลมให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อป้องกันการรั่วซึมและลดการสูญเสียพลังงาน
ติดตั้งฉนวนกันความร้อน (ถ้าจำเป็น) เพื่อลดการสูญเสียความร้อน และป้องกันอันตรายจากความร้อน

2. การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบ:
ตรวจสอบท่อลมเป็นประจำ เพื่อหารอยรั่ว รอยแตก หรือรอยชำรุด
ตรวจสอบรอยต่อของท่อลม และข้อต่อต่างๆ ว่ามีการเชื่อมต่อกันอย่างสนิทหรือไม่
การทำความสะอาด:
ทำความสะอาดท่อลมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ซึ่งอาจทำให้การไหลของอากาศไม่สะดวก
ทำความสะอาดพัดลมดูดอากาศ เพื่อให้พัดลมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การซ่อมแซม:
ซ่อมแซมรอยรั่วหรือรอยชำรุดทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียพลังงาน และรักษาประสิทธิภาพของระบบ
การตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุม: ตรวจสอบและปรับแต่งอุปกรณ์ควบคุมเช่นเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับสารเคมี

3. ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

การป้องกันอัคคีภัย:
เลือกใช้วัสดุที่ไม่ติดไฟ หรือมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟไหม้
ติดตั้งระบบดับเพลิงในบริเวณที่ติดตั้งท่อลมร้อน

การป้องกันอันตรายจากความร้อน:
ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพื่อป้องกันการสัมผัสท่อลมร้อนโดยตรง
ติดป้ายเตือนบริเวณท่อลมร้อน

การป้องกันอันตรายจากสารเคมี:
เลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต
ติดตั้งระบบดูดอากาศ เพื่อระบายสารเคมีอันตรายออกจากพื้นที่ทำงาน

การระบายอากาศ:
ทำงานในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี เพื่อลดการสูดดมฝุ่นใยหิน

4. มาตรฐานและความปลอดภัย
มาตรฐาน:
ติดตั้งท่อลมร้อนตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐาน ASTM, EN, SMACNA, ASHRAE, UL, หรือ NFPA
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบระบายอากาศเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

การบำรุงรักษา:
ควรมีการบำรุงรักษาระบบระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรตรวจสอบและทำความสะอาดท่อลม พัดลม และอุปกรณ์ควบคุมเป็นประจำ
การปฏิบัติตามข้อควรพิจารณาเหล่านี้ จะช่วยให้การใช้งานท่อลมร้อนมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

7
เด็กที่มีปัญหาสุขภาพฟันแบบไหน ที่ควรเข้ารับการจัดฟันเด็ก

สุขภาพปากและฟัน มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีมากมายมีผลกระทบกระเทือนต่อภาวะโภชนาการของเด็ก ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถป้องกันได้เกือบทั้งสิ้น การดูแลสุขภาพฟันในเด็กถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่ดูแลเอาใจใส่ให้มาก ควรปลูกฝังให้เด็กฝึกหัดแปรงฟันอย่างถูกวิธี หมั่นตรวจฟันลูกหรือหัดให้ลูกตรวจฟันด้วยตนเองทุก ๆ วันหลังแปรงฟัน และควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี นอกจากนี้สุขภาพช่องปากและฟัน สามารถดูแลรักษาและบำรุงได้ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผัก ผลไม้สด และนมสด เพื่อที่จะได้กระตุ้นขากรรไกรของเด็กให้เจริญเติบโตได้สัดส่วน และควรจะให้เด็กลดการกินลูกอม ขนมหวานหรืออาหารที่เป็นการทำลายฟันด้วย ในปัจจุบันวงการทันตกรรมได้มีการพัฒนา โดยเด็กสามารถจัดฟันได้เหมือนผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังมีฟันน้ำนมอยู่ก็ตาม เพราะเป็นการแก้ปัญหาฟันผิดปกติของเด็ก ๆ โดยไม่ต้องรอให้โต โดยช่วยให้สุขภาพฟันดี และรองรับการขึ้นของฟันแท้ในอนาคตได้ด้วย

โดยการ จัดฟันในเด็ก สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 6-7 ขวบ พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำเด็ก ๆ อายุต่ำว่า 10 ปี มาตรวจกับทันตแพทย์ผู้ทำการจัดฟันได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่นเพราะเป็นช่วงที่ฟันกำลังพัฒนาและขากรรไกรกลังเจริญเติบโต และถ้าตรวจพบปัญหาฟันซ้อน การสบฟันผิดปกติ จะสามารถแก้ไขได้ง่ายมากกว่าการจัดฟันตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้อดีของการจัดฟันในเด็ก ก็คือ ทำให้การขึ้นของฟันแท้ สามารถขึ้นได้อย่างถูกต้อง และจะไม่มีความผิดปกติในการขึ้นของฟันแท้ ทั้งยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหา ความผิดปกติของโครงหน้าได้อีกด้วย พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหมั่นดูแล สังเกตความผิดปกติของฟันของเด็กอย่างสม่ำเสมอ หากมีความผิดปกติหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กมีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ควรรีบพาไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ที่คลินิกเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของสุขภาพช่องปากของเด็ก และยังมีบริการการจัดฟันในเด็ก ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฟันของเด็กได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เด็กเติมโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในรอยยิ้มและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กควรเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติ คือเด็กที่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่มีปัญหาฟันหน้ายื่น เพราะปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแตกหักของตัวฟัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ตกบันได ซึ่งอาจจะได้รับอันตรายต่อสุขภาพฟันอย่างมาก หากเกิดอุบัติเหตุ

และเด็กที่มีปัญหาการที่ฟันสบกันผิดปกติ เพราะอาจทำให้ขากรรไกรเติบโตแบบไม่สมดุลกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการขึ้นของฟันแท้ได้ เด็กที่มีปัญหาช่องฟันห่าง เพราะช่วยปรับให้ซี่ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และง่ายต่อการขึ้นของฟันแท้ เด็กที่มีปัญหาในเรื่องของขากรรไกรไม่ได้สัดส่วนกับหน้า เพราะเจริญเติบโตผิดปกติ

การกลืนอาหารผิดปกติ นอกจากนี้การจัดฟันในเด็กยังสามารถครอบคลุมไปถึงปัญหาพฤติกรรมของเด็ก คือ

    เด็กที่ดูดนิ้ว
    กัดเล็บ
    กัดสิ่งของเป็นประจำ
    นอนหายใจทางปาก

ซึ่งการจัดฟันก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วย หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจให้บุตรหลานของท่าน เข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือพาบุตรหลานของท่านเข้ามาตรวจประเมินช่องปากก่อนได้ จากทางคลินิก ทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดฟันในเด็ก ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อปลูกฝังให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดและใส่ใจสุขภาพช่องปากและฟันด้วย

8
คอนโดติดรถไฟฟ้า เฟล็กซี่ สาทร-เจริญนคร (Flexi Sathon-Charoennakhon)
เริ่มต้น 2.19 ลบ.

เฟล็กซี่ สาทร-เจริญนคร (Flexi Sathon-Charoennakhon)
คอนโดที่ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต การออกแบบ "GO WITH THE FLOW" แรงบันดาลใจการออกแบบจากความโปร่ง โล่ง สบาย ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านของคุณ ที่ขยาย Corridor ทางเดินในอาคารให้กว้างสูงสุดถึง 5 ม. เพื่อปลูกต้นไม้ใหญ่ในทางเดิน และเปิดรับแสงแดดและลม เข้าสู่ภายในอาคารอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณ สัมผัสธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ตอบสนองวิถีคนเมือง

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ             เฟล็กซี่ สาทร-เจริญนคร (Flexi Sathon-Charoennakhon)
 เจ้าของโครงการ        เสนาดีเวลลอปเม้นท์
 ราคา                    เริ่มต้น 2.19 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.               โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล                     คอนโดใกล้ขนส่งสาธารณะ
 ความสูงคอนโด                   Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์                โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี                   สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน
 ขนาดห้องที่มี                     ตั้งแต่ 25.20 ถึง 51.36 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด                    โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนตึก                         1 อาคาร
 จำนวนชั้น                         8 ชั้น
 จำนวนห้อง                         โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ที่จอดรถทั้งหมด                 โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ค่าบำรุงส่วนกลาง                โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค                  สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, อื่นๆ (Co-kitchen space, H Boxing Gym), สวนหย่อม, Co-Working Space

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน       คลองสาน, เจริญนคร, รัชดา-ท่าพระ, เพชรเกษม
 ที่ตั้ง      134 ถ. เจริญนคร แขวง บางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:            ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน, สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - บางหว้า(กรุงธนบุรี)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
โรบินสันบางรัก
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก
โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

9
วัดป่าพันชนะไหว้พระพุทธรูปเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง มุ่งมั่นความสงบในจิตใจทำให้เกิดสมาธิจิตตั้งมั่นระงับจากความฟุ้งซ่าน

วัดป่าพันชนะเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามและความสงบ วัดนี้มีพระพุทธรูปและภาพวาดที่สวยงามมากมาย นอกจากนี้ยังมีสวนสวยและบ่อน้ำที่สวยงามใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดป่าพันชนะเป็นสถานที่พักผ่อนในอุดมคติสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบและการเติบโตทางจิตวิญญาณผ่านการปฏิบัติธรรม

วัดแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและความงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิและการไตร่ตรอง หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่

ข้อมูลทั่วไปของวัดป่าพันชนะ
วัดป่าพันจนะเป็นวัดป่าที่ยึดมั่นในหลักความเรียบง่ายและความมีสติตามแบบประเพณีป่าของไทยซึ่งเน้นการทำสมาธิและระเบียบวินัยของสงฆ์ บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดซึ่งร่มรื่นด้วยต้นไม้และเสียงธรรมชาติช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกสงบอย่างล้ำลึก ชักชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมทำสมาธิและพิจารณาอย่างลึกซึ้ง

การปฏิบัติธรรม
วัดแห่งนี้เปิดโอกาสให้ทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ได้ฝึกสติและสมาธิ ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมการทำสมาธิ สวดมนต์ และรับคำแนะนำจากพระสงฆ์ที่มีประสบการณ์ เทคนิคการทำสมาธิที่สอนในวัดมีรากฐานมาจากแนวทางปฏิบัติทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม โดยเน้นที่การเจริญสติในการหายใจ (อานาปานสติ) และการทำสมาธิภาวนา (วิปัสสนา)

ประโยชน์ทางจิตวิญญาณ
การปฏิบัติธรรมที่วัดป่าพันชนะมีประโยชน์มากมาย เช่น จิตใจแจ่มใส คลายเครียด และสุขภาพจิตดี บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดช่วยให้ผู้คนหลุดพ้นจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ช่วยให้มีสมาธิและสงบภายใน การฝึกสมาธิเป็นประจำสามารถนำไปสู่การเข้าใจตนเองและธรรมะ คำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับธรรมชาติของการดำรงอยู่และหนทางสู่การตรัสรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่ต้องการพักอยู่ต่อ วัดป่าพันจนะมีที่พักที่เรียบง่ายแต่สะดวกสบายสำหรับการปฏิบัติธรรม ผู้เยี่ยมชมควรใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามหลักพุทธศาสนาแบบมินิมอลและวินัยในตนเอง วัดมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน และคาดว่าผู้เยี่ยมชมจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ในวัดเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรม

วิธีการเดินทาง
วัดป่าพันชนะ ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยการเดินทางจะได้พบกับทัศนียภาพของชนบทของประเทศไทย ทำให้เป็นการเดินทางที่เงียบสงบและน่ารื่นรมย์ นอกจากนี้ยังมีระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถประจำทางและรถไฟจากเมืองใหญ่ๆ อีกด้วย โดยมีบริการขนส่งในท้องถิ่นเพื่อเดินทางไปยังวัด

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการทำสมาธิหรือเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ วัดป่าพันชนะเป็นโอกาสพิเศษที่จะช่วยให้คุณเข้าใจธรรมะอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในบรรยากาศที่สงบและเป็นธรรมชาติ บรรยากาศที่อบอุ่นและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมของวัดทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมโยงกับตัวตนภายในและคำสอนของพระพุทธเจ้าอีกครั้ง

10
วิธีการป้องกัน การอุดตันของสายยางให้อาหารสายยาง !

การให้อาหารสายยาง เป็นการรักษาทางการแพทย์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะขาดสารอาหารในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ซึ่งในการให้อาหารทางสายยางจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ และผู้ที่ดูแลหรือผู้ที่ให้อาหารจะต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการให้อาหารทางสายยาง

เพราะการให้อาหารทางสายยางบางครั้งอาจจะเกิดปัญหาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสายยางให้อาหารหลุด มีการรั่วซึมรอบๆสายยางให้อาหาร ซึ่งการรั่วซึมก็อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ และในการให้อาหารทางสายยาง ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ไม่ควรหักหรือพับงอสายให้อาหารนานเกินไป อาจทำให้สายแตกหักหรือพับงอ ทำให้เกิดการอุดตันของอาหารได้ และกรณีใช้สายให้อาหารทางหน้าท้องชนิดลูกโป่ง ควรหมั่นตรวจสอบว่าตำแหน่งของสายที่ระดับผิวหนังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เนื่องจากสายอาจเลื่อนเข้าไปในกระเพาะมากเกินไป

สำหรับการป้องกันการอุดตันของสายยางให้อาหาร หากเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องของสายอาหารอุดตัน ผู้ดูแลควรให้น้ำหลังให้อาหาร หรือ นมทุกครั้งอย่างน้อย 20 – 30 ซีซี ในกรณีจำกัดปริมาณน้ำดื่ม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อน ถ้าผู้ป่วยต้องได้รับยาด้วย ควรให้น้ำก่อนและหลังให้ยาทุกครั้ง และในกรณีที่ให้อาหารแบบหยดช้าๆ ต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง ควรให้น้ำอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง และทุกครั้งที่หยุดเครื่องควบคุมการไหลของอาหาร ให้น้ำทุกครั้งหลังจากตรวจสอบประมาณอาหารที่เหลือในกระเพาะ หากมิได้ให้อาหาร หรือ นมต่อ ซึ่งบางกรณีผู้ป่วยอาจจะถูกจำกัดในเรื่องของปริมาณน้ำ ซึ่งจะต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งการอุดตันของสายยางให้อาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากการบดยาไม่ละเอียด การให้อาหารทางสายยางที่หนืดเกินไป หรือการให้น้ำตามหลังการให้อาหาร หรือ ยาไม่ดีพอ ซึ่งถ้าเกิดการอุดตันอาจลองใช้น้ำอุ่นค่อยๆล้างและลองดูดด้วยกระบอกให้อาหาร ถ้ายังอุดตันให้ปรึกษาแพทย์

นอกจากนี้การอุดตันของสายยางให้อาหาร อาจจะทำให้เกิดการรั่วซึม รอบๆสายยางให้อาหาร อาจจะทำให้การติดเชื้่อที่แผลรูเปิด หรือ ซึ่งการรั่วซึมอาจเกิดจากการให้อาหารแก่ผู้ป่วยมากเกินไป ก่อนให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ผู้ดูแลควรเช็ดทำความสะอาดรอบๆรูเปิดแผล แล้วใช้ผ่าก๊อซรองไว้สำหรับดูดซับสิ่งรั่วซึมมีการยึดติดของเนื้อเยื่อรอบๆรูเปิดกับสายยางให้อาหาร ป้องกันโดยหมุนตัวสายให้อาหาร 360 องศา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำเอง

ทั้งนี้ก่อนการให้อาหารทางสายยาง ผู้ดูแลควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง รวมไปถึงขั้นตอนการเตรียมภาชนะ หรืออุปกรณ์การให้อาหารทางสายยาง ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย หากอุปกรณ์ไม่มีความสะอาด อาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ หรืออาจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการอาเจียน หรือท้องเสีย เนื่องจากได้รับอาหารที่ไม่สะอาดนั่นเอง ทั้งนี้สายยางให้อาหารควรเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน และไม่ควรใช้อาหารที่มีความร้อนเพราะจะทำให้อายุการใช้งานน้อยลง ด้วย

11
จัดฟันบางนา: ควรระวัง ! การจัดฟันแบบ fastbraces ในผู้ที่สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เป็นการทำลายสุขภาพเป็นอย่างมาก และยังทำลายสุขภาพช่องปากของคุณด้วย เพราะจะส่งผลต่อเหงือกและฟัน ทำให้เหงือกร่นและฟันเปลี่ยนสี ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกภาพด้วย การสูบบุหรี่ ถือเป็นการทำลายสุขภาพโดยตรง และยังส่งผลต่อการรักษาช่องปากอีกด้วย อย่างเช่น การฝังรากฟันเทียม คนที่สูบบุหรี่ก็เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม รวมไปถึงการจัดฟันอีกด้วย

การจัดฟันแบบ fastbraces ถือเป็นการจัดฟันแบบเร่งด่วน โดยใช้นวัตกรรมของเครื่องมือการจัดฟัน ที่จะใช้แรงที่เบามาก ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆตลอดเวลา สำหรับคนที่สูบบุหรี่ ที่ต้องการจะเข้ารับการจัดฟันแบบเร่งด่วน ให้งดการสูบบุหรี่เสียก่อน ก่อนที่เข้ารับการรักษาและในช่วงเวลาของการจัดฟัน เพราะการสูบบุหรี่อาจจะส่งผลต่อรากฟันและฟัน ขณะทำการจัดฟันอยู่ อาจจะทำให้ผลการรักษาคลาดเคลื่อนได้

ทั้งนี้ หากต้องการเข้ารับการจัดฟันแบบ fastbraces ควรเข้ารับคำปรึกษาจากทันตแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่ ควรเข้ารับคำแนะนำจากทันตแพทย์ เพื่อที่จะได้วางแผนการรักษา เพื่อให้ผลการรักษาเกิดอัตราความสำเร็จมากขึ้น โดยทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟัน และเรื่องของรากฟัน มีประสบการณ์การรักษามาอย่างยาวนาน จึงทำให้คุณมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการเข้ารับการบริการ

12
วิธีสร้างอาชีพเสริม จากอาหารไทยยอดนิยม คู่มือสู่ธุรกิจที่ทำกำไร

การสร้างอาชีพเสริมจากอาหารไทยยอดนิยมเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้เพิ่มเติม เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชอบทั้งในและต่างประเทศ ต่อไปนี้เป็นคู่มือสู่ธุรกิจอาหารไทยที่ทำกำไรได้:

1. เลือกเมนูที่ใช่:

เมนูยอดนิยม:
ศึกษาเมนูอาหารไทยยอดนิยมในพื้นที่ของคุณ เช่น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง ข้าวผัด หรือส้มตำ
เลือกเมนูที่คุณถนัดและมีความเชี่ยวชาญ

เมนูสร้างสรรค์:
คิดค้นเมนูอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง
ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบที่แตกต่าง เพื่อสร้างความน่าสนใจ
เช่น ผัดไทยเส้นจันทร์มันกุ้งแม่น้ำ หรือต้มยำทะเลรวมมิตร

2. วัตถุดิบคุณภาพ รสชาติโดนใจ:

วัตถุดิบสดใหม่:
เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและสดใหม่
จะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยและถูกปากลูกค้า

สูตรลับเฉพาะ:
ปรับปรุงสูตรอาหารให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
สร้างความแตกต่างจากร้านอาหารไทยอื่นๆ

ความสะอาด:
รักษาความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสถานที่ทำอาหาร
สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า


3. ทำเลทอง:

แหล่งชุมชน:
เลือกทำเลที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัด ถนนคนเดิน หรือหน้าโรงเรียน
จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย

งานอีเว้นท์:
เข้าร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
เช่น งานเทศกาลอาหาร หรือคอนเสิร์ต

เดลิเวอรี่:
ขายอาหารผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น


4. การตลาดออนไลน์:

โซเชียลมีเดีย:
สร้างเพจหรือบัญชีบนโซเชียลมีเดีย เพื่อโปรโมทร้านค้า
ใช้รูปภาพและวิดีโอที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดลูกค้า

รีวิวและคะแนน:
ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนจากลูกค้า
ตอบคำถามและแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็ว


5. บริการประทับใจ:

ยิ้มแย้มแจ่มใส:
สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเป็นมิตร
จะช่วยให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้ออีก

ใส่ใจลูกค้า:
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า
ปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างเรื่องราว: เล่าเรื่องราวของร้านค้าของคุณ เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
สร้างความแตกต่าง: สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ไม่เหมือนใคร
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ


ตัวอย่างเมนูอาหารไทยที่น่าสนใจ:

ผัดไทย
ต้มยำกุ้ง
ข้าวผัด
ส้มตำ
แกงเขียวหวาน
ข้าวมันไก่
ไก่ย่าง
หมูปิ้ง
ลูกชิ้นทอด
ขนมจีนน้ำยา

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไทยอาจต้องใช้ความอดทนและการปรับตัว แต่ด้วยการวางแผนที่ดีและใส่ใจในคุณภาพ คุณก็สามารถสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงได้

13
แท็บเล็ต 2025 แอปเปิล APPLE iPad Pro13" (2024) (256GB) Wi-Fi
52,900 บาท

แอปเปิล APPLE iPad Pro13" (2024) (256GB) Wi-Fi

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น            แอปเปิล APPLE iPad Pro13" (2024) (256GB) Wi-Fi
   ราคากลาง          52,900 บาท
   จำนวนซิม              -
   สี                    Silver, Black
   ความถี่-เครือข่าย
   ขนาด-น้ำหนัก                   ยาว 215.5 x กว้าง 281.6 x หนา 5.1 มม., น้ำหนัก 579 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน-ROM     256 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด      -
   แบตเตอรี่                          N/A

ชนิดจอ
   ชนิดจอ                          Ultra XDR Retina OLED
   ขนาด-ความละเอียด            13 นิ้ว, 2,064 x 2,752 px
   รายละเอียดอื่น                 

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                กล้องหลัง (12 Mpx), กล้องหน้า (12 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                              -

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)             Apple M4
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)
   หน่วยความจำ (RAM)                 8 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                   -
   ระบบรับส่งข้อความ                       -
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต               WiFi

14
หมอออนไลน์: เลือดกำเดา (Epistaxis/Nose bleed)

เลือดกำเดา (เลือดออกจากจมูก) เกิดจากหลอดเลือดฝอยที่บริเวณเยื่อจมูกมีการแตกทำลาย ทำให้มีเลือดออกจากรูจมูก

ส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดฝอยที่ผนังกั้นจมูกด้านหน้าแตก มักมีเลือดออกจากจมูกข้างเดียว อาการมักไม่รุนแรง และเลือดหยุดได้ง่าย ภาวะนี้พบบ่อยในเด็ก

ส่วนน้อยเกิดจากหลอดเลือดฝอยที่ผนังจมูกด้านข้างซึ่งอยู่ลึกไปทางด้านหลังของจมูก (มีขนาดที่ใหญ่กว่าหลอดเลือดฝอยที่ผนังกั้นจมูกด้านหน้า) แตก อาจมีเลือดออกจากจมูก 2 ข้าง และอาจมีเลือดออกมาก ซึ่งจะไหลลงคอและปาก ภาวะนี้พบบ่อยในผู้ใหญ่

เลือดกำเดาส่วนมากมักเกิดอาการขึ้นฉับพลัน บางรายอาจมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย พบได้ในคนทุกวัย พบบ่อยในเด็กเล็ก (อายุ 2-10 ปี) และผู้สูงอายุ (อายุ 50-80 ปี) 

นอกจากนี้ ยังพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ (เนื่องจากหลอดเลือดขยายตัว ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแตกได้ง่าย) ผู้ที่สูบบุหรี่ (เนื่องจากบุหรี่ทำให้ระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก จมูกแห้ง) หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด (เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และยับยั้งการแข็งตัวของเลือด)

ส่วนมากจะไม่มีอันตรายร้ายแรง และหายได้เอง


สาเหตุ

โดยมากมักไม่มีสาเหตุร้ายแรง ซึ่งจะมีเลือดออกเพียงเล็กน้อยและหยุดได้เอง

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ การแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรง ๆ การเจออากาศแห้งหรือหนาวเย็น หรือนอนในห้องปรับอากาศ การอักเสบของเยื่อจมูก (เช่น ไข้หวัด หวัดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ เยื่อจมูกอักเสบ เป็นต้น) การอยู่ในที่สูงซึ่งมีความดันบรรยากาศลดลง (เช่น การนั่งเครื่องบิน การอยู่บนภูเขาสูง)

อาจเกิดจากได้รับบาดเจ็บ (เช่น ถูกแรงกระแทกที่ดั้งจมูก) มีสิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก ผนังกั้นจมูกคด ติ่งเนื้อเมือกจมูก การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด

อาจพบร่วมกับโรคติดเชื้อ (เช่น หัด มาลาเรีย ไข้เลือดออก เป็นต้น) ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง โรคตับเรื้อรัง (มีภาวะเลือดออกง่าย) การใช้ยา (เช่น ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก แก้คัดจมูก)

ผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูง บางครั้งก็อาจมีเลือดกำเดาไหล และถ้ามีความดันโลหิตสูงแบบวิกฤต (hypertensive crisis คือ ความดันช่วงบนมากกว่าหรือเท่ากับ 180 หรือช่วงล่างมากกว่าหรือเท่ากับ 120 มม.ปรอท) ก็มักจะมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย

ส่วนน้อยอาจมีสาเหตุร้ายแรง เช่น โรคเลือดที่มีเลือดออกง่าย ได้แก่ ฮีโมฟิเลีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ ไอทีพี เป็นต้น ซึ่งมักมีเลือดออกตามไรฟัน มีจ้ำเขียวขึ้นตามตัว อาจมีเลือดออกที่อื่น ๆ มีไข้ หรือตับโตม้ามโตร่วมด้วย

ในผู้ใหญ่ที่มีเลือดกำเดาบ่อยร่วมกับอาการคัดจมูก หูอื้อหรือมีก้อนบวมที่ข้างคอ อาจเกิดจากมะเร็ง หรือเนื้องอกในจมูกหรือโพรงหลังจมูก


อาการ

มีเลือดสด ๆ ไหลออกทางรูจมูกข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง

ถ้าออกที่ด้านหลังของจมูกอาจมีเลือดไหลลงคอและปาก ผู้ป่วยอาจมีอาการไอออกมาเป็นเลือดจากเลือดกำเดาที่ไหลลงคอ หรืออาจกลืนเลือดลงไปในกระเพาะอาหารทำให้อาเจียน หรือมีอาการถ่ายอุจจาระดำ (ซึ่งเป็นเลือดเก่า มาจากเลือดกำเดาที่ไหลลงไปในลำไส้) ในวันต่อ ๆ มา


ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าออกมากอาจทำให้เกิดภาวะซีดได้ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก

อาจตรวจพบเลือดกำเดาไหลหรือจุดเลือดออกที่เยื่อจมูก ภาวะซีด (ในรายที่เสียเลือดมาก)

ในรายที่มีโรคที่เป็นสาเหตุของเลือดกำเดา อาจตรวจพบความผิดปกติ เช่น ไข้ น้ำมูกไหล จุดแดงจ้ำเขียวตามตัว เลือดออกตามที่อื่น ๆ ผนังกั้นจมูกคด ติ่งเนื้อเมือกจมูก สิ่งแปลกปลอมในรูจมูก ความดันโลหิตสูง ดีซ่าน ตับโต เป็นต้น 

ในรายที่เลือดกำเดาออกรุนแรง เป็น ๆ หาย ๆ บ่อย หรือตรวจพบหรือสงสัยว่ามีโรคที่เป็นสาเหตุของเลือดกำเดา แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ใช้กล้องส่องตรวจจมูกและโพรงหลังจมูก ตรวจชิ้นเนื้อ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ ถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ให้การปฐมพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อย ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบจมูกทั้ง 2 ข้างให้แน่นเป็นเวลา 10 นาที บอกให้ผู้ป่วยหายใจทางปากแทน

ส่วนมากมักจะได้ผลโดยวิธีดังกล่าว ถ้าไม่ได้ผลให้ทำซ้ำอีกครั้งนาน 10 นาที

ถ้าเลือดยังไม่หยุด แพทย์จะใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดชิ้นเล็ก ๆ ชุบอะดรีนาลิน ขนาด 1:1,000 ให้ชุ่มสอดเข้าในรูจมูกข้างที่มีเลือดออก ยัดให้แน่น ยานี้จะช่วยให้หลอดเลือดฝอยตีบลงและเลือดหยุดได้ ควรยัดผ้าก๊อซไว้นาน 2-3 ชั่วโมง เมื่อแน่ใจว่าเลือดหยุดดีแล้วจึงค่อย ๆ ดึงออก

ในรายที่เลือดออกไม่หยุด อาจต้องรักษาโดยการจี้ด้วยสารเคมี-ซิลเวอร์ไนเทรต (silver nitrate) หรือจี้ด้วยความร้อน (electrocautery)

2. ในรายที่แพทย์ทำการตรวจเพิ่มเติม พบภาวะซีด หรือโรคที่เป็นสาเหตุ ก็จะทำการรักษาภาวะ/โรคที่ตรวจพบ เช่น ให้ยาบำรุงโลหิตในรายที่มีภาวะซีดจากการเสียเลือด, ให้ยารักษาโรค (เช่น ไข้หวัด หวัดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคเลือด), ปรับเปลี่ยนยา (ที่ใช้รักษาโรคอยู่เดิม) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เลือดกำเดาไหล, เอาสิ่งแปลกปลอมออก, ผ่าตัดแก้ไข (เช่น ผนังกั้นจมูกคด เนื้องอกในโพรงจมูก) เป็นต้น

ผลการรักษา ส่วนใหญ่หายได้ภายในเวลาสั้น ๆ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าหลังจากนั้นผู้ป่วยไม่ได้หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ก็อาจกำเริบซ้ำได้อีก

ส่วนน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งมีโรคที่เป็นสาเหตุของเลือดกำเดา จำเป็นต้องได้รับการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุอย่างต่อเนื่อง
 

วิธีห้ามเลือดกำเดา

การปฐมพยาบาล สำหรับอาการเลือดกำเดาไหล

    จัดให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อย
    ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบจมูกทั้ง 2 ข้างให้แน่น บอกให้ผู้ป่วยหายใจทางปากแทน นาน 10 นาที
    ถ้าคลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ที่บีบจมูกออกแล้วเลือดยังไม่หยุด ให้ทำการบีบจมูกตามขั้นตอนข้างต้นซ้ำอีกครั้ง นาน 10 นาที ถ้าเลือดยังไม่หยุดควรรีบไปพบแพทย์ หรือให้แพทย์ทำการช่วยเหลือด้วยวิธีอื่นต่อไป

หมายเหตุ

    ระหว่างให้การปฐมพยาบาล อย่าให้ผู้ป่วยนอนราบหรือเงยหน้าขึ้น เพราะผู้ป่วยอาจกลืนเลือดลงไประคายต่อกระเพาะอาหาร เกิดอาการอาเจียนได้ หากมีเลือดไหลลงคอหรือปาก ควรคายออก อย่ากลืนลงไป
    หลังจากให้การช่วยเหลือจนเลือดหยุดแล้ว ควรระวังไม่ให้มีเลือดกำเดาออกอีก โดย
    - รักษาศีรษะให้อยู่ในระดับสูงกว่าหัวใจ อย่าก้มศีรษะให้อยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ และห้ามออกแรงเบ่ง ยกของหนัก เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง
    - ห้ามสั่งน้ำมูก แคะจมูก ขยี้จมูก เป็นเวลา 4-5 วัน
    - ถ้าเป็นไปได้ควรระวังไม่ให้ไอ จาม

การดูแลตนเอง

1. เมื่อมีเลือดกำเดาไหล ควรทำการปฐมพยาบาล

ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ทำการปฐมพยาบาลไม่ได้ผล หรือมีเลือดกำเดาออกนานเกิน 20 นาที
    เลือดออกมาก หรือมีเลือดออกตามที่อื่น ๆ
    หายใจลำบาก
    มีอาการอาเจียนเพราะกลืนเลือดลงกระเพาะอาหารมาก
    ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เช่น รถชน ตกจากที่สูง ถูกทุบตีที่ศีรษะ/ใบหน้า/จมูก
    มีภาวะซีดจากการเสียเลือด หรือมีจุดแดงจ้ำเขียวตามตัว
    มีประวัติกินยาต้านเกล็ดเลือด/สารกันเลือดเป็นลิ่ม
    มีโรคประจำตัว เช่น โรคเลือด ความดันโลหิตสูง โรคตับเรื้อรัง
    พบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
    เป็น ๆ หาย ๆ บ่อย

2. กรณีที่ไปพบแพทย์ เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์ ควรดูแลตนเองดังนี้

    กินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามการรักษาตามที่แพทย์นัด
    ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    - มีเลือดกำเดาไหลไม่หยุดหรือกำเริบใหม่
    - เจ็บหรือแน่นจมูกมาก หายใจลำบาก ปวดศีรษะมาก อาเจียนบ่อย มีไข้สูง เบื่อ อาหาร หรือน้ำหนักลด
    - กินยาที่แพทย์ให้กลับไปกินที่บ้าน แล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา (เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ) ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด


การป้องกัน

สำหรับเลือดกำเดาที่พบบ่อยซึ่งมักเกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้ ควรปฏิบัติ ดังนี้

    หลีกเลี่ยงการแคะจมูก และตัดเล็บให้สั้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก)
    หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ
    ไม่สูบบุหรี่
    จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม
    ถ้าเป็นหวัด น้ำมูกไหล ใช้ยาตามขนาดที่แพทย์แนะนำ และไม่ใช้ติดต่อกันนาน ๆ
    หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศแห้งหรือหนาวเย็น ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรพ่นรูจมูกด้วยสเปรย์น้ำเกลือ/หยอดจมูกด้วยน้ำเกลือ วันละ 2-3 ครั้งเพื่อให้จมูกชุ่มชื้น
    ถ้ามีอาการเลือดกำเดาเวลานอนในห้องปรับอากาศ ควรตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นไว้ในห้อง หรือวางภาชนะใส่น้ำ (เช่น แก้ว ขัน กระป๋อง กะละมัง) ไว้ใกล้หัวนอน เพื่อเพิ่มความชื้น และ/หรือใช้วาสลินป้ายในรูจมูกก่อนนอน
    ถ้าทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บต่อศีรษะ/จมูก ควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน
    ในรายที่เกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้ เช่น ไข้หวัด หวัดภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ก็ควรดูแลรักษาโรคเหล่านี้ให้ถูกต้อง

ข้อแนะนำ

1. เลือดกำเดาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พบในเด็ก มักไม่รุนแรง และหยุดได้ภายใน 20 นาที โดยอาจหยุดได้เองหรือหลังให้การปฐมพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเลือดกำเดาไหลนานหรือรุนแรง หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

2. ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ หากมีเลือดกำเดาไหล อาจมีความรุนแรง มีเลือดไหลมากและนานได้ เนื่องจากอาจมีโรคประจำตัว (เช่น โรคเลือด โรคตับเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง มะเร็งโพรงหลังจมูก) หรือกินยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีผลทำให้เลือดออกง่าย (เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด สารกันเลือดเป็นลิ่ม) ดังนั้น เมื่อมีเลือดกำเดาเกิดขึ้น ควรเฝ้าสังเกตอาการ หากมีเลือดกำเดาออกมากหรือนานเกิน 20 นาที ก็ควรรีบไปพบแพทย์

15
รถไฟฟ้า ev ริดดารา Riddara RD6 2WD 86 kWh ปี 2025
1,159,000 บาท

ริดดารา Riddara RD6 2WD 86 kWh ปี 2025
Riddara RD6 2WD 86 kWh รถกระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของเมืองไทยที่ผสานศักยภาพรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ดีไซน์โดดเด่นพรีเมียม สะดวกสบายระดับ SUV พร้อมนำเสนอนิยามใหม่ของรถกระบะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว ให้กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ แรงบิด 385 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 185 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชาร์จด้วยไฟฟกระแสตรง 110 kW 30-80% ในเวลา 30 นาที และชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ 6.6 kW 20-100% ใน 9.3 ชั่วโมง และระบบกู้คืนพลังงาน 3 ระดับ ความสามารถในการบรรทุก 1,030 กิโลกรัม, ความสามารถในการลากจูง 2,500 กิโลกรัม, ความสามารถในการไต่ทางชัน 55%, ความสามารถในการลุยน้ำ 500 มม. อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใน 4.5 วินาที

ข้าพเจ้ายินยอมให้ บจ. วันดิจิตอล เน็ตเวิร์ค สามารถเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้ เพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ / บริการของผู้ให้บริการ รวมถึงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่ง หรือโอนข้อมูลแก่พันธมิตรทางการค้า/คู่ค้า (ถ้ามี) เพื่อดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ ทั้งนี้ ข้าพเจ้ารับทราบ และเข้าใจนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฎในลิ้งค์นี้แล้ว "นโยบายการเก็บและใช้ข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Privacy Notice)"

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                    Riddara
   รุ่น                         ริดดารา Riddara RD6 2WD 86 kWh ปี 2025
   ประเภทรถ                รถกระบะ 4 ประตู, Electric - EV
   ปีที่เปิดตัว                 2025
   ราคา                      1,159,000 บาท

ดีไซน์
   ภายนอก
อุปกรณ์ชุดแต่ง (กระจังหน้าโครเมียมสีดำ)
ยางอะไหล่สำรอง (T145/80 R18 (เสริม))
ไฟหน้า LED
ไฟท้าย LED (แบบคาดยาว)
ขนาดยางหน้า-หลัง (235/60 R18)
ไฟ Daytime Running Lights (LED)
ล้ออัลลอย (18 นิ้ว)

   ภายใน
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (3 โหมด (Economy/Comfort/Sport))
พวงมาลัยไฟฟ้า

สเปค
   มอเตอร์ไฟฟ้า                 มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ  Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 200 กิโลวัตต์ แรงบิด 385 นิวตันเมตร
   กำลังเครื่องยนต์ (แรงม้า)    แรงม้า
   ระบบเกียร์                      เกียร์อัตโนมัติ
   รูปแบบเกียร์
   ระบบเบรค ABS
   ชนิดแบตเตอรี่                  ไฟฟ้า
   ความจุแบตเตอรี่                86 kWh
   ระยะทางวิ่ง/การชาร์จ 1 ครั้ง  503 กม. (ตามมาาตรฐาน NEDC)
   น้ำหนักตัวรถ                        -
   ประเภทยางรถยนต์                 -
   ขนาดล้อ (นิ้ว)                      ล้ออัลลอย (18 นิ้ว)
   ระบบขับเคลื่อน                     ขับเคลื่อนล้อหลัง

ระบบความปลอดภัย
  อุปกรณ์ความปลอดภัย
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ
ดิสก์เบรก 4 ล้อ
เซ็นทรัลล็อค (/ระบบล๊อคประตูหลังสำหรับเด็ก)
กุญแจรีโมท (Smart Key (1 ดอก),ระบบ Keyless Entry ฝั่งคนขับ)
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ (เตือนการชนด้านหน้า,ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ,ช่วยรักษาทางเดินรถฉุกเฉิน,เตือนเมื่อออกนอกเลน,เตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน)
เข็มขัดนิรภัย
อื่นๆ (ไฟส่องสว่างท้านกระบะ)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
ระบบสั่งการด้วยเสียง (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (อัตโนมัติ)
กล้อง (มองภาพรอบคัน 540 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ)
เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking - IEB)
เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW)
เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert - RCTA) (และช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB), เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง และเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่)
เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HSA (และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน)
ระบบเตือนก่อนเปืดประตู Door Open Warning (DOW)
เบรกมือไฟฟ้า (EPB และ ระบบ Auto Hold)
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX)
เสียงเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย (ด้านหน้า)
ระบบเตือนแรงดันลมยาง
ระบบจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอก (V2L) (การจ่ายไฟขณะจอด,หารจ่ายไฟขณะขับรถ,การจ่ายไฟขณะล๊อครถ,การจ้ายไฟขณะกำลังชาร์จ,จุดจ่ายไฟ 6 kW ที่หระบะท้าย,จุดจ่ายไฟมาตรฐานยุโรป)
ระบบกู้คืนพลังงาน (3 ระดับ)

หน้า: [1] 2 3 ... 46
ลงประกาศฟรี ติด google ลงโฆษณา ขายของ ฟรี โพสต์ฟรี ลงประกาศฟรี ขายฟรี ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ประกาศฟรี ขายฟรี ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google